มาตรานี้จัดการกับกรณีที่เงื่อนไขได้สำเร็จแล้วหรือแน่นอนว่าไม่อาจสำเร็จได้ตั้งแต่เวลาทำนิติกรรม โดยแยกผลตามชนิดของเงื่อนไข ถ้าเงื่อนไขสำเร็จแล้ว เงื่อนไขบังคับก่อนทำให้นิติกรรมนั้นไม่มีเงื่อนไข ส่วนเงื่อนไขบังคับหลังทำให้นิติกรรมเป็นโมฆะ แต่ถ้าแน่นอนว่าเงื่อนไขไม่อาจสำเร็จได้ เงื่อนไขบังคับก่อนทำให้นิติกรรมเป็นโมฆะ ส่วนเงื่อนไขบังคับหลังทำให้นิติกรรมนั้นไม่มีเงื่อนไข และตราบใดที่คู่กรณียังไม่รู้ข้อเท็จจริงดังกล่าว คู่กรณียังคงมีสิทธิและหน้าที่ตามมาตรา ๑๘๔ และมาตรา ๑๘๕
พบ 2 คดีที่อ้างถึงมาตรานี้ (พ.ศ. 2535–2563) — แสดงคำพิพากษาที่มีคำวินิจฉัยครบถ้วนที่สุด (ย่อโดย AI ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย)
ฎีกาที่ 2335/2563 🤖 ย่อโดย AIคู่สัญญาอาจตกลงกันให้สภาพหรือทำเลที่ตั้งของทรัพย์สินเป็นสาระสำคัญแห่งสัญญาจะซื้อจะขายได้ และหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาดังกล่าว สัญญาจึงเป็นอันเลิกกันได้…ฎีกาที่ 1413/2535 🤖 ย่อโดย AIบทบัญญัติเรื่องเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ไม่สามารถทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 187 ไม่อาจนำมาใช้บังคับแก่คดีอาญาได้.…ถ้าเป็นเงื่อนไขบังคับก่อน ให้ถือว่านิติกรรมนั้นไม่มีเงื่อนไข คือมีผลไปเลย แต่ถ้าเป็นเงื่อนไขบังคับหลัง ให้ถือว่านิติกรรมนั้นเป็นโมฆะ
ถ้าเป็นเงื่อนไขบังคับก่อน ให้ถือว่านิติกรรมนั้นเป็นโมฆะ แต่ถ้าเป็นเงื่อนไขบังคับหลัง ให้ถือว่านิติกรรมนั้นไม่มีเงื่อนไข
ตราบใดที่คู่กรณียังไม่รู้ข้อเท็จจริงนั้น ตราบนั้นคู่กรณียังมีสิทธิและหน้าที่ตามมาตรา ๑๘๔ และมาตรา ๑๘๕ ตามที่ตัวบทกำหนดไว้ในวรรคสาม
ผลกลับกันเสมอ กรณีเงื่อนไขสำเร็จแล้ว บังคับก่อนทำให้นิติกรรมไม่มีเงื่อนไข ส่วนบังคับหลังเป็นโมฆะ กรณีเงื่อนไขไม่อาจสำเร็จ บังคับก่อนเป็นโมฆะ ส่วนบังคับหลังทำให้นิติกรรมไม่มีเงื่อนไข
↑ ดูประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-26