มาตรา 33 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กำหนดว่าในคดีที่มีการร้องขอให้ศาลสั่งให้บุคคลใดเป็นคนไร้ความสามารถเพราะวิกลจริต ถ้าทางพิจารณาได้ความว่าบุคคลนั้นไม่วิกลจริตแต่มีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ศาลอาจสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถก็ได้เมื่อเห็นสมควรหรือเมื่อมีคำขอของคู่ความหรือของบุคคลตามมาตรา 28 และในทางกลับกัน ในคดีที่ร้องขอให้สั่งเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถเพราะมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ถ้าได้ความว่าบุคคลนั้นวิกลจริต ศาลอาจสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถก็ได้เมื่อมีคำขอของคู่ความหรือของบุคคลตามมาตรา 28
พบ 1 คดีที่อ้างถึงมาตรานี้ (พ.ศ. 2541) — แสดงคำพิพากษาที่มีคำวินิจฉัยครบถ้วนที่สุด (ย่อโดย AI ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย)
ฎีกาที่ 2810/2541 🤖 ย่อโดย AIการอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายต้องยื่นต่อศาลอุทธรณ์ก่อน จึงจะอุทธรณ์ไปยังศาลฎีกาได้ การยื่นอุทธรณ์ข้ามลำดับศาลถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย…ศาลอาจสั่งให้บุคคลนั้นเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถก็ได้ เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อมีคำขอของคู่ความหรือของบุคคลตามมาตรา 28
ศาลอาจสั่งให้บุคคลนั้นเป็นคนไร้ความสามารถก็ได้ เมื่อมีคำขอของคู่ความหรือของบุคคลตามมาตรา 28
กรณีเปลี่ยนเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ ศาลสั่งได้เมื่อเห็นสมควรหรือเมื่อมีคำขอ ส่วนกรณีเปลี่ยนเป็นคนไร้ความสามารถ ต้องมีคำขอของคู่ความหรือของบุคคลตามมาตรา 28
↑ ดูประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-26