⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2810/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2810/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายต้องยื่นต่อศาลอุทธรณ์ก่อน จึงจะอุทธรณ์ไปยังศาลฎีกาได้ การยื่นอุทธรณ์ข้ามลำดับศาลถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เมื่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ภาค 4 ลักษณะ 1อุทธรณ์ มาตรา 193 วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติเรื่องการอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายโดยให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ไว้โดยเฉพาะแล้วจึงนำ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิมาอนุโลมบังคับใช้กับกรณีตามอุทธรณ์ของจำเลยที่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนที่เกี่ยวกับการริบรถยนต์ของกลางโดยตรงมายังศาลฎีกาไม่ได้เป็นการยื่นอุทธรณ์ข้ามลำดับของศาล

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.33

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 64 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 33และริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 วรรคหนึ่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้จำคุกคนละ 6 เดือนและปรับคนละ 6,000 บาท ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ4 เดือน และปรับคนละ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ของกลางริบ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์และยื่นคำร้องว่า ปัญหาการริบทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 เป็นปัญหาข้อกฎหมายซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งคดี จึงขอให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ประกอบมาตรา 15 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาภาค 4 ลักษณะ 1 อุทธรณ์ มาตรา 193 วรรคหนึ่ง มีบัญญัติเรื่องการอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โดยให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ไว้โดยเฉพาะแล้วจึงจะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิมาอนุโลมบังคับใช้กับกรณีตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองดังกล่าวหาได้ไม่ ฉะนั้น ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับการริบรถยนต์ของกลางโดยตรงมายังศาลฎีกานั้น จึงเป็นการไม่ชอบเพราะเป็นการยื่นอุทธรณ์ข้ามลำดับของศาล ขัดต่อบทบัญญัติมาตรา 193 วรรคหนึ่งดังกล่าว ศาลฎีกาไม่อาจวินิจฉัยให้ได้ พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกานั้นเสีย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการส่งอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองไปยังศาลอุทธรณ์ที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2810/2541 พนักงานอัยการ จังหวัด ลำปาง โจทก์ นาย จันทร์ แก้ว ขนุน แก้ว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ลำปาง · จำเลย - นาย จันทร์ แก้ว ขนุน แก้ว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมนูญ โชคชัยพิทักษ์ · สมชัย สายเชื้อ · วิรักษ์ เอื้ออังกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 2918/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1305/2547ฎีกา 2053/2528ฎีกา 5779/2530ฎีกา 1554/2521ฎีกา 2147/2521ฎีกา 2437/2515ฎีกา 230/2510ฎีกา 4046/2536ฎีกา 913/2538ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 164/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 531/2510ฎีกา 6911/2544ฎีกา 7937/2538ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1228/2510ฎีกา 3604/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา