มาตรานี้กำหนดว่า เมื่อพนักงานอัยการและผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วมกัน ถ้าพนักงานอัยการเห็นว่าผู้เสียหายจะกระทำให้คดีของอัยการเสียหาย โดยกระทำหรือละเว้นกระทำการใด ๆ ในกระบวนพิจารณา พนักงานอัยการมีอำนาจร้องต่อศาลให้สั่งผู้เสียหายกระทำหรือละเว้นกระทำการนั้น ๆ ได้
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 32 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณพบ 4 คดีที่อ้างถึงมาตรานี้ (พ.ศ. 2491–2539) — แสดงคำพิพากษาที่มีคำวินิจฉัยครบถ้วนที่สุด (ย่อโดย AI ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย)
ฎีกาที่ 2659/2539 🤖 ย่อโดย AIการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีอาญา โดยวินิจฉัยว่าผู้ร้องมิใช่ผู้เสียหายตามฟ้องของพนักงานอัยการนั้น เป็นเพียงการวินิจฉัยเบื้องต้นว่ามีเหตุที่จะอน…ฎีกาที่ 1831-1833/2499 🤖 ย่อโดย AIการสั่งให้นับโทษต่อจากคดีอื่นต้องมีคำขอจากโจทก์ในฟ้อง หรือก่อนมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นเท่านั้น จะอาศัยบทบัญญัติที่ว่าด้วยการพิจารณาและคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์โดยอนุโลมไม่ได้.…ฎีกาที่ 5139/2539 🤖 ย่อโดย AIหากผู้ร้องเป็นภริยาของจำเลย การอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าดำเนินคดีแทนโจทก์ร่วมที่ถึงแก่ความตาย อาจทำให้พยานหลักฐานของโจทก์เสียหายได้ จึงไม่เป็นการสมควรที่จะอนุญาต.…ฎีกาที่ 346/2491 🤖 ย่อโดย AIการนับโทษต่อจากคดีอื่น จะต้องระบุคดีนั้นในใบระบุพยานด้วย และศาลจะนับโทษต่อให้ได้ก็ต่อเมื่อปรากฏว่าจำเลยต้องรับโทษในคดีดังกล่าวแล้ว…มีอำนาจร้องต่อศาลให้สั่งผู้เสียหายกระทำหรือละเว้นกระทำการนั้น ๆ ได้
เมื่อพนักงานอัยการและผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วมกัน และอัยการเห็นว่าผู้เสียหายจะทำให้คดีของอัยการเสียหาย
ครอบคลุม ทั้งการกระทำและการละเว้นกระทำการใด ๆ ในกระบวนพิจารณา
↑ ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-26