มาตรา 104 พ.ร.บ.ประกันสังคม
ลักษณะ ๖ บทกำหนดโทษ
มาตรา ๑๐๔ ให้ดำเนินการจัดเก็บเงินสมทบเพื่อการให้ประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ในกรณีทุพพลภาพ และในกรณีตายอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน และในกรณีคลอดบุตร นับแต่วันที่บทบัญญัติหมวด ๒ ของลักษณะ ๒ ใช้บังคับ การจัดเก็บเงินสมทบเพื่อการให้ประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตร และกรณีชราภาพ
จะเริ่มดำเนินการเมื่อใดให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา แต่ทั้งนี้ต้องไม่ช้ากว่าวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ สำหรับการจัดเก็บเงินสมทบเพื่อการให้ประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานจะเริ่มดำเนินการเมื่อใด ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี
อัตราค่าธรรมเนียม (๑)ใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียน ประกันสังคมฉบับละ ๕๐ บาท (๒)ใบแทนบัตรประกันสังคมฉบับละ ๑๐ บาท
อัตราเงินสมทบท้ายพระราชบัญญัติ อัตราเงินสมทบ ผู้ออกเงินสมบท อัตราเงินสมทบเป็นร้อยละ ของค่าจ้างของผู้ประกันตน ๑. เงินสมทบเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทน กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย หรือคลอดบุตร (๑) รัฐบาล ๑.๕ (๒) นายจ้าง ๑.๕ (๓) ผู้ประกันตน ๑.๕ ๒. เงินสมทบเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทน
กรณีสงเคราะห์บุตรและชราภาพ (๑) รัฐบาล ๓ (๒) นายจ้าง ๓ (๓) ผู้ประกันตน ๓ ๓. เงินสมทบเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทน กรณีว่างงาน (๑) รัฐบาล ๕ (๒) นายจ้าง ๕ (๓) ผู้ประกันตน ๕
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีประกาศใช้พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๔๙๗ มาเป็นเวลานานแล้ว แต่ในขณะนั้นสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมยังไม่อำนวยให้นำกฎหมายนั้นมาใช้บังคับ ปัจจุบันนี้การพัฒนาในด้านเศรษฐกิจและสังคมได้ก้าวหน้าไปมาก
สมควรสร้างหลักประกันให้แก่ลูกจ้างและบุคคลอื่น โดยจัดตั้งกองทุนประกันสังคมขึ้น เพื่อให้การสงเคราะห์แก่ลูกจ้างและบุคคลอื่นซึ่งประสบอันตราย เจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือตาย อันมิใช่เนื่องจากการทำงาน รวมทั้งกรณีคลอดบุตร กรณีสงเคราะห์บุตร กรณีชราภาพ และสำหรับกรณีว่างงานซึ่งให้หลักประกันเฉพาะลูกจ้าง
จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๗
สรุปมาตรา 104 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
มาตรานี้เป็นบทเฉพาะกาลเรื่องการเริ่มจัดเก็บเงินสมทบ โดยให้จัดเก็บเงินสมทบเพื่อประโยชน์ทดแทนกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตายอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน และคลอดบุตร นับแต่วันที่บทบัญญัติในหมวดที่เกี่ยวข้องใช้บังคับ ส่วนการจัดเก็บเงินสมทบกรณีสงเคราะห์บุตรและชราภาพจะเริ่มเมื่อใดให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา แต่ต้องไม่ช้ากว่าวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ และการจัดเก็บเงินสมทบกรณีว่างงานจะเริ่มเมื่อใดให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเช่นกัน ท้ายมาตรายังมีอัตราค่าธรรมเนียม ได้แก่ ใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนประกันสังคมฉบับละห้าสิบบาท และใบแทนบัตรประกันสังคมฉบับละสิบบาท พร้อมบัญชีอัตราเงินสมทบท้ายพระราชบัญญัติซึ่งกำหนดเพดานร้อยละของค่าจ้างที่รัฐบาล นายจ้าง และผู้ประกันตนออกในแต่ละกรณี
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 104 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 104
ค่าธรรมเนียมใบแทนบัตรประกันสังคมเท่าไร
ใบแทนบัตรประกันสังคมฉบับละสิบบาท ส่วนใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนประกันสังคมฉบับละห้าสิบบาท
การเก็บเงินสมทบกรณีชราภาพเริ่มเมื่อใด
ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเริ่ม แต่ต้องไม่ช้ากว่าวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๑
บัญชีอัตราเงินสมทบท้ายพระราชบัญญัติกำหนดอะไร
กำหนดเพดานอัตราเงินสมทบเป็นร้อยละของค่าจ้างของผู้ประกันตน โดยแยกตามผู้ออกเงินสมทบคือรัฐบาล นายจ้าง และผู้ประกันตน ในแต่ละประเภทประโยชน์ทดแทน
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพ.ร.บ.ประกันสังคมทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-26
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง