คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 386/2471
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องไม่ได้อ้างบทฟ้องว่าชิงได้ความว่าเสื่อมเสียอิศรภาพศาลตัดสินยกฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้กำลังกอดปล้ำแลทำร้ายกาย ข. บากเจ็บ แล้วแย่งเอาสายสร้อยไป ๑ สายราคา ๑๕ บาท ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๔๘
ศาลเดิมพิจารณาว่าจำเลยไม่มีเจตนจะชิงทรัพย์ การกระทำของจำเลยเปนการยึดทรัพย์ต่างหนี้ เพราะเปนหนี้น้องสาวจำเลยอยู่จึงให้ยกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษตาม ม. ๒๖๘
ศาลอุทธรณ์ตัดสินกลับว่าถึงแม้โจทก์มิได้ขอให้ลงโทษตาม ม. ๒๖๘ ก็ดี ศาลก็ลงโทษได้เพราะได้กล่าวความไว้ในฟ้องว่าเปนเสื่อมเสียอิศรภาพแล้ว จึงให้ลงโทษจำเลยตาม ม. ๒๖๘ แลอ้างฎีกาที่ ๗๗๙/๒๔๖๒
ศาลฎีกาตัดสินกลับศาลอุทธรณ์ว่า โจทก์กล่าวความตั้งใจขอให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์แต่กะทงเดียวมิได้ประสงค์จะลงโทษฐานเสื่อมเสียอิศรภาพด้วย แลทั้งมิได้อ้างกฎหมายผิด แลศาลล่างทั้ง ๒ ได้กล่าวแล้วว่าจำเลยไม่มีเจตหนทุจจริตจะลงโทษจำเลยไม่ได้ จึงให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 386/2471
กรมอัยยการ โจทก์
นายหรั่ง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมอัยยการ · ล. - นายหรั่ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | หริศ · นรเนติ · วิชัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา