คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1057/2477
ย่อคำพิพากษา
เจ้าพนักงานเรียกตัวไปไต่สวนเป็นพะยาน ถ้านำความซึ่งรู้อยู่ว่าเป็นเท็จไปกล่าวแลอาจทำให้ผู้อื่นเสียหายแล้วก็เป็นผิดฐานแจ้งความเท็จ อ้างฎีกาที่ 593/2473
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
อาชญา ม.118
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณอาชญามาตรา ๑๑๘ โดยหาว่าจำเลยได้ให้การชั้นอำเภอไต่สวนว่าได้ติดตามนายแดงไปโดยความรักใคร่ แลไม่เห็นนายแดงทำร้ายนายทองจันผู้มาช่วยเหลือจำเลยในขณะที่จำเลยถูกนายแดงกับพวกฉุดคร่า ซึ่งความจริงนายแดงกับพวกได้ฉุดคร่าจำเลยได้และจำเลยได้เห็นนายแดงทำร้ายนายทองจันด้วย จึงเป็นการบังอาจนำเนื้อความซึ่งรู้อยู่ว่าเป็นเท็จและอาจทำให้ผู้อื่นเสียหาย แจ้งต่อเจ้าพนักงานอำเภอ โจทก์ได้ส่งคำให้การจำเลยชั้นไต่สวนต่อศาล
ศาลเดิมงดสืบพะยานแล้วตัดสินยกฟ้อง โดยอ้างเหตุว่า จำเลยมิได้นำข้อความอย่างใดไปแจ้งต่อเจ้าพนักงาน ๆเรียกจำเลยไปไต่สวนเป็นพะยานเอง จำเลยจึงไม่มีผิดตามาตรา ๑๑๘
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าถึงเจ้าพนักงานจะได้เรียกไปไต่สวนให้เป็นพะยาน ถ้านำความซึ่งรู้อยู่ว่าเป็นเท็จไปกล่าวแล้วก็มีผิดตามมาตรา ๑๑๘ ได้ จึงพิพากษากลับคำตัดสินศาลเดิม ซึ่งยกฟ้องโจทก์และให้ศาลเดิมดำเนิรการพิจารณาต่อไป
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1057/2477
อัยยการสงขลา โจทก์
นางสาวเช่งฉู้ แซ่ปุ้ย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสงขลา · จำเลย - นางสาวเช่งฉู้ แซ่ปุ้ย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พรหม · นล · อิศร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา