คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 966/2478
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์จะลงโทษได้ แม้โจทก์มิได้ระบุจำนวนผู้กระทำความผิดให้ชัดเจนในฟ้อง หากข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิดตั้งแต่สามคนขึ้นไป และจำเลยมิได้เสียเปรียบหรือหลงต่อสู้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปล้นทรัพย์แต่มิได้ระบุจำนวนบุคคลที่สมคบกับจำเลยทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยได้สมคบกับพวกกว่า 3 คนขึ้นไป และจำเลยมิได้เสียเปรียบหรือหลงต่อสู้ก็เป็นฟ้องทีฟังลงโทษฐานปล้นได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกมีสาตราวุธมีดไม้สมคบกันเป็นโจรปล้นทรัพย์ และใช้อาวุธทำร้ายเจ้าทรัพย์บาดเจ็บ ขอให้ลงโทษฐานปล้นทรัพย์ตามมาตรา ๓๐๑
ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยกับพวกราว ๑๐ คนได้ทำผิดจริงตามฟ้องโจทก์ แต่ฟ้องของโจทก์ขาดองค์สำคัญซึ่งเป็นข้อกฎหมายคือขาดความที่ไม่ระบุข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้สมคบกับพวกกว่า ๓ คนขึ้นไป จึงไม่มีข้อเท็จจริงพอเป็นมูลฐานปล้นให้จำคุกจำเลย ๗ มีฐานชิงทรัพย์ตามมาตรา ๓๐๐
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ว่าถึงแม้โจทก์จะมิได้ฟ้องระบุว่าจำเลยสมคบกับพวกเกิน ๓ คนขึ้นไปก็ดี แต่ฟ้องโจทก์มีข้อความว่าจำเลยสมคบกับพวกฐานปล้นทรัพย์และโจทก์สืบสมว่าจำเลยสมคบกับพวกกว่า ๓ คนขึ้นไป จึงพิพากษาลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ตามมาตรา ๓๐๑
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 966/2478
อัยยการปราจีนบุรี โจทก์
นายแก่น ธรรมศิริ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการปราจีนบุรี · จำเลย - นายแก่น ธรรมศิริ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อมาตย · มนธา · พลางกูร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - พระยา+ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา