⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 208/2479

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 208/2479

ป.พ.พ. ม.572

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยนำเงินค่าเช่าบ้านที่ได้รับจากรัฐบาลไปชำระค่าเช่าบ้านตามสัญญาเช่าซื้อ แม้กรรมสิทธิ์ในบ้านจะตกแก่จำเลยในภายหลัง ก็ไม่เป็นความผิดฐานยักยอก

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้รับเงินจากรัฐบาลสำหรับเป็นค่าเช่าบ้าน แล้วเอาเงินนี้ไปสมทบเข้ากับเงินส่วนตัวของจำเลยส่งให้แก่ผู้ให้เช่าสำหรับเป็นค่าเช่าบ้านตามสัญญาเช่าซื้อแม้กรรมสิทธิในบ้านอาจจะตกอยู่แก่จำเลยในภายหลังได้ จำเลยก็หามีผิดฐานยักยอกอันต้องอาญาไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่าจำเลยรับราชการเป็นเสมียนแผนกสรรพสามิตต์ ได้เช่าบ้านของ จ.อยู่ค่าเช่าเดือนละ ๗ บาท ๕๐ สตางค์ ตามที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลในอัตราเงินเดือนที่ได้รับเดือนละ ๕๐ บาทต่อมาจำเลยได้เช่าซื้อบ้านจาก จ.เป็นราคา ๔๐๐ บาท โดยผ่อนส่งค่าเช่าเดือนละ ๒๕ บาท ในการส่งค่าเช่านี้จำเลยได้ออกเงินส่วนตัวเพิ่มเดือนละ ๑๗ บาท ๕๐ สตางค์ เพราะได้จากรัฐบาลอยู่แล้วเดือนละ ๗ บาท ๕๐ สตางค์ ต่อมาได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้น จึงได้รับอนุญาตให้เบิกเงินค่าเช่าได้เดือนละ ๙ บาท จำเลยจึงออกเงินส่วนตัวเพียงเดือนละ ๑๖ บาท ในที่สุดได้โอนสิทธิในสัญญาเช่าซื้อให้แก่ผู้อื่นต่อไป ในการรายงานขออนุญาตเพิ่มค่าเช่านี้ก็เพราะเจ้าของบ้านขยายบ้านให้กว้างออกไปอีก แลโดยคำร้องขอของเจ้าบ้านด้วย โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๑๑๘-๒๒๖-๓๐๔-๓๑๙ ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีผิดฐานยักยอกแลจำเลยไม่ได้เอาความเท็จไปแจ้งแก่เจ้าพนักงาน หรือเอาความเท็จไปหลอกลวงใครอันจะเป็นฉ้อโกง ศาลฎีกาเห็นว่าในข้อแจ้งความเท็จหรือฉ้อโกงนั้น ศาลล่างได้วินิจฉัยแล้วว่าไม่เป็นเท็จไม่เป็นหลอกลวงอันเป็นข้อเท็จจริง ส่วนข้อยักยอกนั้น เพียงแต่จำเลยได้รับอนุญาตเบิกค่าเช่ามาแล้วเอาเงินส่วนตัวสมทบเข้าส่งเป็นค่าเช่าตามสัญญาเช่าซื้อนั้นจะเรียกว่าจำเลยยักยอกเอาเป็นประโยชน์ส่วนตัวได้หรือไม่นั้น เห็นว่าเงินที่รัฐบาลจ่ายให้จำเลยก็ได้จ่ายเป็นค่าเช่าบ้านอันเป็นกรรมสิทธิของผู้อื่น จำเลยมิได้ยักยอกเอาไว้เลย เมื่อสัญญาเช่าซื้อต้องเลิกไปเมื่อใด เงินค่าเช่านั้นเจ้าของบ้านก็ตกลงไม่คืนให้ ดังนี้หาเป็นการยักยอกอันต้องอาญาไม่ แม้จำเลยจะเอาเปรียบโดยวิธีเพิ่มค่าเช่าอันเป็นเงินส่วนตัวของจำเลยโดยเมื่อครบกำหนดแล้วให้บ้านเรือนเป็นกรรมสิทธิแก่จำเลย ก็หาทำให้เป็นการยักยอกเงินค่าเช่าที่รัฐบาลจ่ายให้นั้นไม่ จึงพิพากษายืนตามล่าง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 208/2479 อัยยการขอนแก่น โจทก์ นายสุวรรณ สุริยภูมิ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการขอนแก่น · จำเลย - นายสุวรรณ สุริยภูมิ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติศาสตร์ · อมาตย · เทฟโนต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - พระมนูกิจวิมลอรรถ · ศาลอุทธรณ์ - พระพรหมปรีชา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2767/2523ฎีกา 3796/2540ฎีกา 4884/2543ฎีกา 1411/2513ฎีกา 2763/2551ฎีกา 58/2530ฎีกา 353/2535ฎีกา 1800/2511ฎีกา 7122/2545ฎีกา 1561/2520ฎีกา 2903/2536ฎีกา 1083/2540ฎีกา 3295/2533ฎีกา 991/2548ฎีกา 1567/2513ฎีกา 5675/2530ฎีกา 4432/2534ฎีกา 85/2540ฎีกา 478/2501ฎีกา 2987/2517ฎีกา 5553/2537ฎีกา 2671/2550ฎีกา 19/2523ฎีกา 1060/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา