⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1075/2480

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1075/2480

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขู่ว่าจะจับกุมผู้กระทำผิดอาญา หากไม่ให้เงิน ถือเป็นการข่มขู่ให้เกิดความกลัว และเป็นการเรียกเอาทรัพย์สินไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานกรรโชก.

ย่อคำพิพากษา

จำเลย 3 คนไปพูดขู่เจ้าทุกข์ว่ากระทำผิดอาญาจะจับกุม ถ้าไม่อยากถูกจับก็ให้เอาเงินมาให้จำเลยเจ้าทุกข์ยินยอมให้เงินแก่จำเลยดังนี้ จำเลยไม่มีผิดฐานกรรโชก ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม. 39, 121, 158 ในคดีความผิดตามกฎหมายอาญา ม. 268 วรรคต้นเป็นความผิดต่อส่วนตัวนั้นถึงแม้อัยยการโจทก์จะกล่าวในฟ้องว่าได้สอบสวนคดีมีมูลไว้ขั้นหนึ่งแล้วก็ตาม เมื่อไม่ปรากฎว่าเจ้าทุกข์ได้ร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตามระเบียบ และเป็นคดีที่รวมการกระทำผิดหลายอย่างทั้งส่วนตัวและไม่ส่วนตัวแล้วอัยยการไม่มีอำนาจฟ้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 ประมวลกฎหมายอาญา ม.278 ประมวลกฎหมายอาญา ม.303

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่าจำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้านหลังจากที่จับ ส. หาว่าลักโคแล้ว ตอนเย็นจำเลยได้มาขู่ บ.กับพวกว่า ส.ซัดว่า บ.กับพวกได้ร่วมกินโคที่ ส.ลักไปฆ่า นายอำเภอมีหมายมาให้จับ ถ้าไม่อยากถูกจับให้เอาเงินมาให้คนละ ๑ บาท บ.กับพวกยอมเสียเงินให้จำเลยคนละ ๑ บาทโจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม. ๑๓๖, ๒๖๘, ๓๐๓ ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม ม. ๒๖๘ และ ๓๐๓ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยไม่มีผิดตาม ม. ๓๐๓ ส่วน ม. ๒๖๘ เป็นความผิดต่อส่วนตัว เพราะจำเลยไม่มีเครื่องสาตราวุธและไปกันเพียง ๓ คนเท่านั้น เมื่อคดีนี้โจทก์ไม่ได้กล่าวในฟ้องว่าเจ้าทุกข์ขอให้ว่ากล่าว จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาตัดสินว่าข้อเท็จจริงคงได้ความแต่ว่าเมื่อจำเลยพูดแล้ว พวกเจ้าทุกข์ก็ให้เงินแก่จำเลยทีเดียว หาได้สัญญาจะส่งให้ไม่และจำเลยก็มิได้ให้เจ้าทุกข์รับปากคำ ยอมให้เงินแก่จำเลย จึงไม่เป็นผิดตาม ม. ๓๐๓ ส่วนเรื่องร้องทุกข์นั้นไม่เชื่อว่าเจ้าทุกข์จะได้ร้องขอให้นำคดีขึ้นฟ้องร้องว่ากล่าว ดังฏีกาโจทก์ จริงอยู่ฟ้องโจทก์กล่าวว่าเจ้าพนักงานได้สอบสวนคดีมีมูลไว้ชั้นหนึ่งแล้ว ซึ่งอาจทำให้เห็นว่าเรื่องนี้มีคำร้องทุกข์แล้ว เจ้าพนักงานจึงได้ทำการสอบสวนตามนัยฎีกาที่ ๔๒๑/๒๔๗๙ แต่ข้อหาคดีนี้เป็น ม. ๒๖๘ รูปคดีหาเหมือนกับข้อหาฐานยักยอกตาม ม. ๓๑๔ ในฎีกาที่ ๔๒๑/๒๔๗๙ ไม่ เพราะ ม. ๓๑๔ เป็นความผิดส่วนตัวทั้งมาตรา ส่วน ม. ๒๖๘ เป็นความผิดส่วนตัวฉะเพาะตอนต้นและตอนที่ ๒ เท่านั้น ฟ้องของโจทก์จึงอาจเป็นว่าสอบสวนคดีธรรมดาก็ได้ เพราะโจทก์ฟ้องจำเลยมาถึง ๓ มาตรา จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ใฟ้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1075/2480 อัยยการร้อยเอ็ด โจทก์ นายเครื่อง นายขำ นายสุด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการร้อยเอ็ด · จำเลย - นายเครื่อง นายขำ นายสุด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พลางกูร · นิติศาสตร์ · เทฟโนต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 415/2469ฎีกา 90/2468ฎีกา 2639-2641/2517ฎีกา 2918/2522ฎีกา 98/2537ฎีกา 414/2531ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 2084/2531ฎีกา 3935/2550ฎีกา 2907/2526ฎีกา 468/2566ฎีกา 3911/2568ฎีกา 4225/2559ฎีกา 444/2537ฎีกา 4048/2528ฎีกา 2740/2523ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7362/2538ฎีกา 5138/2537ฎีกา 3535/2528ฎีกา 321/2482ฎีกา 3962/2546ฎีกา 581/2527ฎีกา 1721/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา