คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2480
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากมีผู้พิพากษาในศาลอุทธรณ์ทำความเห็นแย้งว่าควรปล่อยจำเลย และระบุว่าจะอนุญาตให้ฎีกาตามมาตรา 221 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จำเลยย่อมมีสิทธิฎีกาในข้อเท็จจริงได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้จำคุกจำเลย 2 ปี แต่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นายหนึ่งทำความเห็นแย้งว่าควยปล่อยจำเลยและในท้ายความเห็นแย้งมีว่าถ้าจำเลยจะฎีกาข้าพเจ้าจะอนุญาตให้ฎีกาตาม ม. 221 แล้ว จำเลย ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ พิพากษาต้องกันว่าจำเงยมีผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเรา ส. ตามกฎหมายอาญา ม. ๒๔๓ ๖๐ ให้จำคุก ๒ ปี แต่ผุ้พิพากษาศาลอุทธรณ์ นายหนึ่งทำความเห็นแย้งมีข้อความว่า "คดีข้าพเจ้า มั่นใจในเหตุผลที่กล่าวมาแล้วว่า มีเหตุผลอันสำคัญควรสู่ศาลสูงได้ ถ้าจำเลยจะฎีกาเพื่อให้ศาลสูงวินิจฉัยแล้ว ข้าพเจ้าจะอนุญาตให้จำเลยฎีกา
จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงต่อมา
ศาลฎีกาตัดสินว่าข้อความในท้ายความเห็นแย้งของศาลอุทธรณ์เป็นการอนุญาตให้ ฎีกาตาม ม. ๒๒๑ แห่งประมวลวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว จำเลยฎีกาในข้อข้อเท็จจริงได้ในที่สุดเห็นว่าคดีน่าเชื่อตามความเห็นแย้งของศาลอุทธรณ์ ว่าเป็นเรื่องชู้สาวยิ่งกว่าเรื่องข่มขืนกระทำชำเรา จึงให้ยกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลยไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2480
พนังานอัยยการ โจทก์
นายบุ้นหงึ แซ่อึ้ง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนังานอัยยการ · ล. - นายบุ้นหงึ แซ่อึ้ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติศาสตร์ · พลางกูร · เทฟโนต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา