คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1253/2481
ย่อคำพิพากษา
วัดอาจได้มาซึ่งที่ดินอันเป็นที่ธรณีสงฆ์โดยทางครอบครองปรปักษ์เช่นอย่างบุคคลธรรมดาอ้างฎีกาที่ 603/2474
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
จำเลยได้อุทิศที่ดินให้เป็นสมบัติของธรณีสงฆ์วัดชมภูพนและวัดได้ใช้สิทธิครอบครองตั้งแต่นั้นมาเกินกว่า ๑๐ ปี แต่ยังมิได้จัดการโอนโฉนดแก้ทะเบียน บัดนี้จำเลยขัดขวางโจทก์จึงขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นที่ธรณีสงฆ์และให้ขับไล่จำเลย
ศาลชั้นต้นเห็นว่าวัดจะอ้างสิทธิครอบครองเกินกว่า ๑๐ ปีมาใช้อย่างบุคคลธรรมดาไม่ได้ เพราะวัดเป็นนิติบุคคล จึงพิพากษาให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาตัดสินว่าวัดเป็นนิติบุคคลตามประมวลแพ่ง ฯ ม.๗๒ และนิติบุคคลย่อมมีสิทธิเสมือนบุคคลธรรมดาตาม ม.๗๐ ทั้งวัดก็ถือกรรมสิทธิที่ดินได้ตามนัยแห่ง พ.ร.บ. ปกครองคณะสงฆ์ห ม.๖ วัดจึงอาจได้ที่ดินตามประมวลแพ่ง ฯ ม.๑๓๘๒ แล
ะตามนัยฎีกาที่ ๖๐๓/๒๔๗๔ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็นที่ธรณีสงฆ์ไม่ให้จำเลยขัดขวางนั้นชอบแล้ว ยืนตาม
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1253/2481
ข้าหลวงประจำจังหวัดเพ็ชรบุรี โจทก์
นางริ้ว นายหลี พานิช จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ข้าหลวงประจำจังหวัดเพ็ชรบุรี · จำเลย - นางริ้ว นายหลี พานิช |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติศาสตร์ · วิเศษ · อิศร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระดุลยเต้น พจนาถ · ศาลอุทธรณ์ - พระทิพย์ปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา