คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 308-309/2481
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันในหลายท้องที่ สามารถฟ้องลงโทษจำเลยในท้องที่ใดท้องที่หนึ่งที่การกระทำความผิดนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทำการลักทรัพย์ที่ตำบลหนึ่ง แต่ทำร้ายเจ้าทรัพย์อีกตำบลหนึ่งในเมื่อเจ้าทรัพย์ตามไปทันแม้ฟ้องของโจทก์ระบุสถานที่เกิดเหตุฉะเพาะตำบลแรกก็ลงโทษจำเลยฐานปล้นได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้อง ๒ สำนวนหาว่าจำเลยกับพวกสมคบกันมีอาวุธ เปิดคอกลักกระบือของนายเกตุไป ๑ ตัว พวกเจ้าทรัพย์ติดตามไป จำเลยกลับใช้ปืนยิงพวกเจ้าทรัพย์ในสำนวนแรกระบุว่าเหตุเกิดที่ตำบลบางปะกง และบางเกลือ แต่อีกสำนวน ๑ ระบุว่าเหตุเกิดบางปะกง โจทก์ขอให้ลงโทษฐานปล้น
ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกับพวกลักกระบือที่ตำบลบางปะกง พวกเจ้าทรัพย์ตามไปทันที่ตำบลบางเกลือ จำเลยจึงใช้ปืนยิง
ศาลฎีกาตัดสินว่าลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ได้ โดยเห็นว่าแม้จะเกิดยิงกันที่ตำบลบางเกลือก็เป็นเรื่องติดต่อมาจากการลัก ซึ่งโจทก์ได้กล่าวไว้แล้วว่า พวกเจ้าทรัพย์ออกตามทันจำเลย ๆ ใช้ปืนยิงเอาอันเป็นรายละเอียดซึ่งเกี่ยวกับสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำผิด สถานที่ซึ่งเกิดการกระทำผิดก็คือสถานที่ที่เกิด+การลักทรัพย์ ซึ่งโจทก์ได้แสดงไว้แล้ว จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 308 - 309/2481
อัยยการฉะเชิงเทรา โจทก์
นายช่วง นายแฉล้ม จำเลย
อัยยการฉะเชิงเทรา โจทก์
นายพลุ้ย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการฉะเชิงเทรา · จำเลย - นายช่วง นายแฉล้ม · โจทก์ - อัยยการฉะเชิงเทรา · จำเลย - นายพลุ้ย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อมาตย์ · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · เทฟโนต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงสาธุนาทประจิตร์ · ศาลอุทธรณ์ - พระสุทธิวแลนฤ++ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา