คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 991/2481
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งความเท็จตามมาตรา 118 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ไม่จำเป็นว่าข้อความที่แจ้งจะต้องเป็นสาระสำคัญแห่งคดี และศาลสามารถลงโทษจำเลยตามวรรค 2 ที่เพิ่มเติมใหม่ได้ แม้โจทก์จะมิได้อ้างวรรค 2 มาในฟ้องก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ความผิดฐานแจ้งความเท็จนั้นไม่จำเป็นว่าคำแจ้งความนั้นจะต้องเป็นสาระสำคัญ+คดีเหมือนอย่างเรื่องเบิกความเท็จชั้นศาลโจทก์ฟ้องอ้าง ม.118 เป็นบทลงโทษ แม้จะมิได้อ้างวรรค 2 ที่เพิ่มเติมใหม่มาด้วยก็ตาม ศาลก็ลงโทษจำเลยตามวรรค 2 ที่เพิ่มเติมใหม่ด้วยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ลงโทษจำเลยฐานเบิกความเท็จตาม ก.ม.อาญา ม.๑๑๘ วรรค ๒
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาตัดสินว่าที่จำเลยกล่าวว่าถ้อยคำที่จำเลยเบิกความในชั้นสอบสวนนั้นไม่ใช่สาระสำคัญในคดีนั้นเห็นว่าในคดีนี้ไม่ใช่เรื่องเบิกความเท็จชั้นศาลอันจะต้องเข้าหลักเกณฑ์ว่าคำเบิกความของจำเลยเป็นข้อสำคัญในคดีอนึ่งโจทก์ฟ้องคดีนี้อ้างแต่ ม.๑๑๘ มิได้อ้างถึงวรรค ๒ ที่แก้ไขใหม่ด้วย แต่วรรค ๒ ที่แก้ไขใหม่นั้นเมื่อประกาศแล้วก็ต้องถือว่าเป็น ม.๑๑๘ ด้วยแม้โจทก์มิได้กล่าวอ้างมาโดยฉะเพาะ ศาลก็หยิบยกมาเป็นบทวางโทษรวมกัน ม.๑๑๘ ได้พิพากษาให้ยกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 991/2481
อัยยการระยอง โจทก์
นายพัว พรมชื่น จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการระยอง · จำเลย - นายพัว พรมชื่น |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | หลวงสารนิตยาคม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระวรพจน์ วินิจฉัย · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา