คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1168/2482
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่อ้างว่าเป็นการสมคบกันกระทำความผิด จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป และแต่ละคนได้ร่วมกันกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันทำร้ายเจ้าทุกข์บาดเจ็บ ทางพิจารณาได้ความว่า เป็นเรื่องวิวาทกันระหว่างเจ้าทุกข์กับจำเลยที่ 1 สองคนเท่านั้นและไม่ได้ความว่าจำเลยที่ 1 ทำร้ายเจ้าทุกข์ฝ่ายเดียว ต้องยกฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้ง ๔ มีสาตราวุธตีและทำร้ายเจ้าทุกข์มีบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายอาญา ม.๒๕๔
ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ไม่มีหลักฐานพอแสดงว่า จำเลยทั้ง ๔ ได้สมคบกันใช้อาวุธทำร้ายเจ้าทุกข์ฝ่ายเดียวตามข้อหา จึงพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์ฟังว่า ฉะเพาะจำเลยที่ ๑ - ๒ ได้ทำร้ายเจ้าทุกข์ฝ่ายเดียวจริงโดยไม่ใช่วิวาท จึงพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ - ๒ ตาม ม.๒๕๔
ศาลฎีกาไม่เชื่อว่าจำเลย+รุมกันทำร้ายเจ้าทุกข์ดังโจทก์หา เรื่องอาจเป็นเพียงการวิวาทระหว่างเจ้าทุกข์กับจำเลยที่ ๑ สองคนเท่านั้น สันนิษฐานไม่ได้ว่าจำเลยฝ่ายเดียวทำร้ายร่างหายเจ้าทุกข์ จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องโจทก์บังคับคดียืนตามศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1168/2482
พนักงานอัยยการ โจทก์
นายฮันมาลี ม่วงดีกับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยยการ · จำเลย - นายฮันมาลี ม่วงดีกับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เทฟโนต์ · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · พลางกูร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายไชยเจริญ สันตศิริ · ศาลอุทธรณ์ - พระยาภัทรนาวิกา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา