คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1215/2482
ย่อคำพิพากษา
เรือโจทก์จำเลยโดนกันเสียหาย ซึ่งเกิดขึ้นโดยตรงจากความประมาทเลินเล่อของผู้ควบคุมเรือทั้งสองฝ่ายแต่ฝ่ายโจทก์มีโอกาศครั้งสุดท้ายที่จะหลีกเลี่ยงการโดนกันเสียได้ แต่หาได้หลีกเลี่ยงไม่นั้น โจทก์จะมาฟ้องเรียกค่าเสียหายไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เรือจำเลยชนเรือโจทก์ด้วยความประมาท ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นฟังว่าเรือชนกันเพราะความประมาทของนายเรือทั้งสองฝ่าย โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหาย พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ๆ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าแม้ฝ่ายโจทก์จะมีการบกพร่องในการเดินเรืออยู่บ้างแต่ก็หาใช่เหตุโดยตรงที่เกิดชนกันไม่ เหตุชนเกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่อของเรือฝ่ายจำเลย จำเลยจึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายตาม ม. ๓๐๔ แห่ง พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำสยาม ๒๔๕๖ ตอนท้าย จึงพิพากษาให้ศาลชั้นต้นฟังและชี้ขาดข้อเท็จจริงเรื่องค่าเสียหายต่อไป
ศาลฎีกาฟังว่า เหตุที่เรือโจทก์จำเลยโดนกันนี้เกิดขึ้นโดยตรงจากความประมาทเลินเล่อของผู้ควบคุมเรือโจทก์จำเลยทั้งสองฝ่าย แต่ฝ่ายโจทก์มีโอกาสครั้งสุดท้ายที่จะหลีกเลี่ยงภยันตรายเสียได้ แต่ก็หาได้หลีกเลี่ยงไม่ จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้นซึ่งให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1215/2482
นายจิ้นเกีย ปัจจักขภัติ ผู้แทนนายจิ้นกี่ปัจจักขภัติ โจทก์
นายเค่งพงษ์ แซ่ห่าน กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายจิ้นเกีย ปัจจักขภัติ ผู้แทนนายจิ้นกี่ปัจจักขภัติ · จำเลย - นายเค่งพงษ์ แซ่ห่าน กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · อมาตย · เทฟโนต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงทรงนิติกร · ศาลอุทธรณ์ - พระปรีชาวินิจฉัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา