คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1228/2482
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยใช้กลอุบายหลอกลวงเอาความเท็จมากล่าวแก่เจ้าทรัพย์ว่าขอเช่าเรือ เมื่อเจ้าทรัพย์มอบให้ไปแล้วจำเลยเจตนาทุจริตยักยอกเอาไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัว ถือเป็นการบรรยายว่าจำเลยกระทำความผิดฐานฉ้อโกงอย่างเดียว ศาลรับวินิจฉัยได้ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
ย่อคำพิพากษา
บรรยายฟ้องว่าจำเลยใช้อุบายหลอกลวงเอาความเท็จมากล่าวแก่เจ้าทรัพย์ว่าขอเช่าเรือ เมื่อเจ้าทรัพย์มอบให้ไปแล้วจำเลยเจตนาทุจจริตยักยอกเอาไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย ขอให้ลงโทษตามกฎหมายอาญามาตรา 304,314 ดังนี้ ถือว่าเป็นฟ้องที่กล่าวหาว่าจำเลยฉ้อโกงแต่อย่างเดียว ศาลรับไว้วินิจฉัยได้ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจใช้อบายหลอกลวงเอาความเท็จมากล่าวแก่เจ้าทรัพย์ว่าขอเช่าเรือไปบรรทุกจาก ๕ วัน เจ้าทรัพย์หลงเชื่อว่าเป็นความจริง จึงมอบเรือให้จำเลยไปจำเลยรับมอบเรือแล้วบังอาจเจตนาทุจจริตยักยอกเอาเรือของเจ้าทรัพย์ไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณอาญา มาตรา ๓๐๔,๓๑๔
จำเลยปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญามาตรา ๓๑๔
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องเคลือบคลุม จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องดังนี้ โจทก์มีความมุ่งหมายจะขอให้ลงโทษฐานหลอกลวงฉ้อโกงอย่างเดียว เพราะถ้ามีการหลอกลวงให้ส่งมอบเรือแล้วการทำผิดฐานยักยอกก็จะเกิดขึ้นไม่ได้แต่ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้จำเลยฉ้อโกง จึงพิพากษายืน ให้ปล่อยจำเลยไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1228/2482
อัยยการจังหวัดตรังและนายเอียด ชูช่วย โจทก์
นายเอะ ตำเผือก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการจังหวัดตรังและนายเอียด ชูช่วย · จำเลย - นายเอะ ตำเผือก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดูปลาตร์ · อิศร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา