คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1235/2482
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินมือเปล่าซึ่งมีสภาพเป็นที่สวนนั้น แม้ผู้ที่บุกรุกเข้ามาแย่งการครอบครองอยู่ 5 ปี ผู้เป็นเจ้าของก็มีสิทธิฟ้องขับไล่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทของโจทก์และเรียกค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้ว่าที่ดินเป็นของจำเลย ศาลชั้นต้นเชื่อพะยานโจทก์ว่าที่ดินนี้มีผู้ครอบครองแทนโจทก์จริง จึงพิพากษาห้ามจำเลยมีให้มาเกี่ยวข้องกับที่พิพาทต่อไป
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าที่พิพาทเป็นที่มือเปล่า จำเลยครอบครองมาเกิน ๑ ปีแล้วโจทก์หมดกรรมสิทธิฟ้องร้องเรียกคืนตามประมวลแพ่งฯ ม.๑๓๗๕ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาฟังว่าที่พิพาทนี้เป็นของบิดาโจทก์และต่อมาเป็นของโจทก์โดยมีผู้ครอบครองแทนโจทก์ไว้ และฟังว่าที่พิพาทมีบ่อน้ำและต้นผลไม้จึงต้องถือว่าเป็นที่สวน หาใช่ที่ป่าดังศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่ เมื่อเป็นที่สวนแม้จำเลยจะเข้ามาครอบครองเป็นเวลา ๕ ปีแล้วก็ตาม โจทก์ก็มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์บังคับคดียืนตามศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1235/2482
นายสาแมง ดีเยาะ โจทก์
นายดาแฮ ยะโก๊ะ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสาแมง ดีเยาะ · จำเลย - นายดาแฮ ยะโก๊ะ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดูปลาตร์ · อิศร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงสุทธิ+ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา