⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 938/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 938/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่บุคคลสองคนตกลงถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินร่วมกัน โดยฝ่ายหนึ่งเป็นผู้รักษาทรัพย์สินนั้นไว้ บุคคลอีกฝ่ายหนึ่งยังไม่ขาดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินนั้น 2. เจ้าหนี้มีสิทธินำยึดทรัพย์สินที่ลูกหนี้มีกรรมสิทธิ์ร่วมกับบุคคลอื่นได้

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินที่โจทก์นำยึดเป็นทรัพย์ซึ่งจำเลยกับผู้ร้องตกลงถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันสืบไปโดยให้ผู้ร้องเป็นฝ่ายรักษาไว้ เช่นนี้ จำเลยยังไม่ขาดสิทธิเรียกร้องเกี่ยวกับที่ดินนั้น ผู้ร้องจะถือว่าได้สิทธิโดยการครอบครองเกิน 1 ปีหาได้ไม่ โจทก์มีสิทธินำยึดที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์ที่จำเลยและผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ผู้ร้องจะขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ดังกล่าวนี้หาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.254 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.256 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.285 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.185 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1466

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์นำเข้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดิน ๑ แปลง เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ ตามคำพิพากษา โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของจำเลย ผู้ร้องขัดทรัพย์ว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นของผู้ร้องฯ ซื้อมาระหว่างเป็นสามีภรรยากับจำเลย ต่อมาผู้ร้องได้จดทะเบียนหย่าขาดกับจำเลย ๆ ไม่ได้เรียกร้องขอแบ่งภายในอายุความ ๑ ปี จำเลยจึงหมดสิทธิเรียกร้องขอแบ่งสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๘๕ ผู้ร้องได้ครอบครองที่ดินรายนี้ในฐานะเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียวจนบัดนี้ จึงตกเป็นของผู้ร้องแต่ผู้เดียว หนี้ที่จำเลยกู้เงินจากโจทก์เป็นหนี้เฉพาะส่วนตัวของจำเลย ผู้ร้องมิได้อนุญาตหรือยินยอมด้วย ขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึด ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่า ที่ดินรายนี้เป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับผู้ร้อง และปรากฏตามบันทึกหนังสือหย่าระหว่างจำเลยกับผู้ร้องว่า ที่ดินแปลงนี้ยังไม่ได้แบ่งกัน ทั้งสองฝ่ายตกลงให้ถือกรรมสิทธิร่วมกัน จำเลยจึงมีกรรมสิทธิในที่ดินที่โจทก์นำยึดร่วมกับผู้ร้อง ผู้ร้องจะขอให้ถอนการยึดทรัพย์หรือปล่อยทรัพย์ที่ยึดไม่ได้ ผู้ร้องฎีกาขอให้ปล่อยทรัพย์ ข้อที่ผู้ร้องฎีกาว่า คู่ความแถลงรับกันว่า ที่ดินที่โจทก์นำยึดนี้เป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับผู้ร้อง และในหนังสือหย่าระหว่างจำเลยกับผู้ร้องได้บันทึกว่า ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้แบ่งทรัพย์กันเพราะไม่สามารถแบ่งแยกได้ จึงตกลงถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันสืบไปโดยให้ผู้ร้องเป็นฝ่ายรักษาไว้ เพราะฉะนั้น ข้อเท็จจริงต้องฟังว่า ที่ดินรายนี้เป็นทรัพย์ที่จำเลยและผู้ร้องตกลงเป็นเจ้าของร่วมกัน และจำเลยยังไม่ขาดสิทธิเรียกร้อง ผู้ร้องจะถือว่าได้สิทธิโดยการครอบครองเกิน ๑ ปีหาไม่ได้ ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาว่า หากเป็นสินสมรสของผู้ร้องกับจำเลย โจทก์จะบังคับคดีเอา เฉพาะส่วนของจำเลยหรือบังคับคดีเอาได้ทั้งหมดตลอดถึงส่วนของผู้ร้องด้วยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อวินิจฉัยว่า ที่ดินรายนี้เป็นทรัพย์ซึ่งจำเลยกับผู้ร้องตกลงถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน โจทก์มีสิทธินำยึดได้ เรื่องนี้ผู้ร้องขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่โจทก์นำยึด เมื่อสั่งปล่อยไม่ได้ ก็ต้องยกคำร้องของผู้ร้อง ชั้นนี้ ยังไม่มีประเด็นว่าผู้ร้องจะมีส่วนได้ในที่ดินแปลงนี้เท่าใด และจะต้องรับผิดในหนี้สินรายนี้ด้วยหรือไม่ ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 938/2503 นายนกเทศ หงษ์เทศ โดยนายทาอภิรมยานนท์ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นางบุญเพ็ญ สุริยภูมิ จำเลย นายสุวรรณ สุริยภูมิ ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายนกเทศ หงษ์เทศ โดยนายทาอภิรมยานนท์ ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นางบุญเพ็ญ สุริยภูมิ · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายสุวรรณ สุริยภูมิ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บริรักษ์จรรยาวัตร · ประมูล สุวรรณศร · สนิท สุมาวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายโสพิทย์ คังคะเกตุ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสงค์ ศิริทรัพย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3806/2549ฎีกา 2660/2538ฎีกา 1712/2539ฎีกา 5128/2541ฎีกา 2649-2660/2530ฎีกา 356/2530ฎีกา 8454/2544ฎีกา 142/2492ฎีกา 4072/2528ฎีกา 2749/2538ฎีกา 9028/2542ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 7677/2557ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5801/2538ฎีกา 3345/2535ฎีกา 6193/2551ฎีกา 194/2543ฎีกา 1763/2551ฎีกา 1055/2492ฎีกา 1775/2512ฎีกา 2718/2538ฎีกา 39/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา