คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2975/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่ได้สิทธิอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้ก่อน ย่อมมีสิทธิดีกว่าบุคคลภายนอก แม้บุคคลภายนอกจะได้สิทธิโดยการยึดทรัพย์ก่อนก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องเข้าครอบครองที่ดินพิพาทตามสัญญาจะซื้อขายโดยได้ปลูกบ้านอยู่อาศัยและได้ชำระราคาที่ดินครบถ้วนแล้ว ทั้งได้มีคำพิพากษาของศาลบังคับให้จำเลยโอนที่ดินพิพาทแก่ผู้ร้องด้วยแล้ว กรณีจึงถือได้ว่าผู้ร้องอยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้ก่อนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1300 แม้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะได้นำยึดที่ดินพิพาทไว้ก่อนที่ผู้ร้องจะชำระราคาที่ดินพิพาทครบถ้วน และนำยึดก่อนที่ศาลจะพิพากษาบังคับให้จำเลยโอนขายที่ดินพิพาทแก่ผู้ร้องศาลก็ไม่อาจปล่อยให้มีการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทได้ เพราะผู้ที่ซื้อได้ไม่มีสิทธิที่จะได้รับโอนเนื่องจากผู้ร้องเท่านั้นที่มีสิทธิจะได้รับโอน อีกทั้งตาม ป.วิ.พ.มาตรา 287 ก็มีบทบัญญัติไม่ให้การยึดทรัพย์มีผลกระทบถึงสิทธิของผู้ร้อง จึงจำเป็นที่โจทก์จะต้องถอนการยึดที่ดินพิพาท
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสุนิสา สุวรรณจิตร · ผู้ร้อง - พันตำรวจเอกพงษ์เดช ทั่งจันทร์แดง · จำเลย - นายประคอง แพทย์ปรีชา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรุณ น้าประเสริฐ · จเร อำนวยวัฒนา · อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นางสาวกุสุมา คูหาวิไล · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรูญ แสนภักดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา