คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2482
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่อ้างว่าเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ จะต้องมีการระบุถึงทรัพย์สินที่ถูกลัก และแสดงให้เห็นว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของผู้อื่น การไม่ระบุถึงเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ถูกลัก ทำให้ฟ้องขาดสาระสำคัญและไม่ครบองค์ประกอบความผิด
ย่อคำพิพากษา
ในฟ้องโจทก์กล่าวแต่ว่าจำเลยลักตัดไม้สะแก ซึ่งขึ้นอยู่ในที่หวงห้าม อยู่ในความปกครองของกำนันแต่ไม่ปรากฎว่าใครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิต้นสะแกนั้น เป็นฟ้องที่ขาดสาระสำคัญแสดงไม่ครบองค์ความผิดฐานลักทรัพย์ จะลงโทษจำเลยไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ลักตัดไม้สะแกซึ่งขึ้นอยู่ในที่หวงห้ามเพื่อสาธารณประโยชน์อยู่ในความปกครองของกำนันไป ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณอาญามาตรา ๒๘๘
ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีไม่ปรากฎว่าที่และต้นสะแกเป็นของผู้ใด หากแต่ปรากฎว่าเป็นที่หวงห้ามเพื่อสาธารณประโยชน์ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นผิด จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ต้นสะแกตามที่โจทก์ฟ้องไม่ปรากฎว่าเป็นของหวงแหน จำเลยตัดไปจึงไม่มีความผิดจึงพิพากษายืน
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายให้ชัดเจนว่า ใครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิต้นสะแก ฟ้องของโจทก์จึงขาดสาระสำคัญแสดงไม่ครบองค์ ความผิดฐานลักทรัพย์ จะลงโทษจำเลยไม่ได้จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2482
อัยยการสุพรรณ โจทก์
นายหนู ห้วยชะนาง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสุพรรณ · จำเลย - นายหนู ห้วยชะนาง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูภันย์วิมลสาร · วิกรม · วิเศษ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายพร สุญารมย์ · ศาลอุทธรณ์ - พระยาภัทร+ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา