คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 219/2482
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานเบิกความเท็จแล้ว คดีถึงที่สุดแล้ว ศาลอุทธรณ์จึงไม่มีอำนาจวินิจฉัยประเด็นความผิดฐานเบิกความเท็จอีก
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ลงโทษฐานเบิกความเท็จและฐานปลอมหนังสือเป็น+กะทงต่างหาจากกันศาลขั้นต้นลงโทษจำเลยฐานเบิกความเท็จและยกฟ้องฐานปลอมหนัง+โจทก์ฝ่ายเดียว
ศาลอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานปลอมหนังสือดังนี้ประเด็นเรื่องเบิกความ+ย่อมเด็ดขาดถึงที่สุดศาลอุทธรณ์ไม่มี อำนาจขั้นวินิจฉัยต่อไปอีกได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานปลอมหนังสือและเบิกความเท็จ
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานเบิกความเท็จ ส่วนฐานปลอมหนังสือให้ยก
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานปลอมหนังสือด้วย
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนฐานปลอมหนังสือแล้วอาศัย ม.๑๘๕ แห่งประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.๑๘๕ ยกฟ้องโจทก์ในฐานเบิกความเท็จด้วย.
โจทก์ฎีกาศาลฎีกาตัดสินว่าเมื่อศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานเบิกความเท็จคู่ความมิได้อุทธรณ์ในข้อหาเรื่องนี้ จึงย่อมยุตติไม่มีประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จะต้องวินิจฉัยอีก เพราะข้อหาฐานปลอมหนังสือและฐานเบิกความเท็จแยกกันเป็นคนละกะทงจะอาศัย ม.๑๘๕ ขึ้นสนับสนุนอำนาจของศาลอุทธรณ์มิได้ พิพากษากลับลงโทษจำเลยตามศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 219/2482
อัยยการจังหวัดตรัง โจทก์
นายเปรม นายลิ้ม นายแบน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นายเปรม นายลิ้ม นายแบน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · นิติศาสตร์ · เทฟโนต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นางแสวง + · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา