คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 386/2482
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานรับเงินมาแล้วไม่ลงบัญชีและไม่นำส่งผู้บังคับบัญชาตามระเบียบ ให้สันนิษฐานว่ามีเจตนาทุจริตยักยอกเงินนั้น และเป็นหน้าที่ของจำเลยที่ต้องนำสืบแสดงความบริสุทธิของตน
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นเจ้าพนักงานรับเงินมาแล้วไม่ลงบัญชีและนำส่งผู้บังคับบัญชาตามระเบียบต้องสันนิษฐานว่าจำเลยมีเจตนาทุจจริตยักยอกเงินนั้น และเป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบแสดงความบริสุทธิของตน อ้างฎีกาที่ 316/2481
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานยักยอกเงินในหน้าที่ของจำเลย
ศาลฎีกาตัดสินว่าข้อเท็จจริงปรากฎว่าตามระเบียบที่จำเลยปฏิบัติมานั้นเมื่อจำเลยได้รับเงินมาแล้วก็ต้องลงบัญชีและนำส่งต่อเสมียนตราอำเภอทุกเย็น การที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบดังนี้ พอสันนิษฐานได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยกระทำการยักยอกเงินที่รับไว้นั้นและเป็นหน้าที่ต้องนำสืบแสดงความบริสุทธิว่าตนไม่มีเจตนาทุจจริตตามนัยฎีกาที่ ๓๑๖/๒๔๘๑ แต่จำเลยมิได้นำสืบหักล้างซ้ำกลับให้การรับสารภาพ จำเลยจึงต้องมีความผิด
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 386/2482
อัยยการนครราชสีมา โจทก์
นายบุญชู จินตนานุข จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนครราชสีมา · จำเลย - นายบุญชู จินตนานุข |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูภันย์วิมลสาร · อมาตย · วิเศษ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา