⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 221/2483

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 221/2483

ย่อคำพิพากษา

ข้าหลวงประจำจังหวัดรับเงินไปเพื่อจัดซื้อไม้ทำที่ว่าการอำเภอในจังหวัดที่ตนรับราชการอยู่ แล้วยักยอกเสีย มีผิดตามมาตรา 131 ผู้ออกใบรับเงินลงวันรับเงินย้อนหลังขึ้นไปอันไม่ใช่ความจริงนั้นไม่เป็นปลอมหนังสือ ในคดียักยอก โจทก์ระบุวันกระทำผิดมาในฟ้องว่าระหว่างวันที่เท่านั้นเท่านี้ในเมื่อไม่สามารถจะรู้ได้ว่าจำเลยกระทำผิดวันใดเป็นฉะเพาะแล้วฟ้องนั้นก็เป็นฟ้องตามประมวล วิธีพิจารณาอาญา ม.158(5) ได้จำเลยจะขอให้ยกฟ้องตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ม.161 ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.161 ประมวลกฎหมายอาญา ม.131 ประมวลกฎหมายอาญา ม.222 ประมวลกฎหมายอาญา ม.224 พระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2476 ม.19 พระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2476 ม.21

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยเป็นข้าหลวง ประจำจังหวัดพังงาได้รับเงินจากนายบุญรอดเสมียนตราจังหวัดซึ่งอยู่ในบังคับบัญชาของ จำเลยไป ๒ ราย ๆ แรกจำนวนเงิน ๒๘๐๐ บาท รายที่ ๒ จำนวน ๑๕๐๐ บาทรวม ๔๓๐๐ บาท จำเลย ได้ทุจริตยักยอกเอาไปเป็นของ จำเลยเสีย ๑๕๐๐ บาท ส่วนอีก ๒๘๐๐ บาท จำเลยได้แสดงใบรับเงิน ของยี่ห้อฮับฮวด ระบุว่าเป็นค่าไม้สร้างที่ว่าการอำเภอ เจ้าของยี่ห้อฮับฮวดรับว่าได้ทำใบรับเงินดังกล่าวให้ จำเลยจริง แต่ไม่ได้รับตัวเงิน และใบรับนั้นลงวันย้อนหลังขึ้นไป ซึ่งไม่ใช่วันที่ออกใบรับ จำเลยทำใบกู้เงินจำนวนตรงกันให้ยี่ห้อฮับฮวดยึดถือไว้ โจทก์จึงฟ้องขอให้ ลงโทษจำเลยตาม กฎหมายลักษณอาญามาตรา ๗๑, ๑๓๑,๑๓๒,๓๑๔ (๒) (๓),๒๒๔,๒๒๕,๒๒๗,๒๒๙,๒๓๐ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๔๗๗ (ฉะบับที่ ๓ ) และที่ ๔) ศาลชั้นต้นตัดสินว่าจำเลยมีผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามมาตรา ๑๓๑ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๓ จำคุก ๓ ปี และผิดฐานปลอมหนังสือสำคัญตามมาตรา ๒๒๔ จำคุก ๒ ปี รวมเป็น ๕ ปี จำเลยอุทธรณ์ในข้อ กฎหมายว่า ที่ ศาลชั้นต้น ลงโทษ จำเลยตามมาตรา ๑๓๑ นั้นไม่ชอบเพราะ จำเลย ไม่มีหน้าที่รักษาเงิน หรือทรัพย์สิน จำเลยเป็นแต่รับหรือยืมไปจ่ายในฐานะเป็นผู้แทนกรมการจังหวัดพังงา ศาลอุทธรณ์ตัดสินยืนตาม ศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยขณะ นั้น เป็นข้าหลวงประจำจังหวัด และรับเงินไปเพื่อจัดซื้อไม้ทำที่ว่าการอำเภอในจังหวัดที่จำเลยรับราชการประจำอยู่ เป็นการถือได้ว่ามีหน้าที่ตามมาตรา ๑๓๑ เมื่อจำเลยยักยอกเอาเงินจำนวนนี้เป็นของจำเลย ๆ ก็ต้องมีผิดตามมาตรา ๑๓๑ ส่วนความผิดตามมาตรา ๒๒๔ ที่ ศาลล่างทั้งสองวางโทษจำเลยมานั้นปรากฏว่าใบรับเงินราย ๒๘๐๐ บาทเป็นใบรับที่แท้จริงของยี่ห้อฮับฮวดทำให้แก่จำเลยการที่ราษฎรธรรมดาทำเอกสารอย่างหนึ่งอย่างใดขึ้นโดยจดข้อความเท็จลงไปนั้น ถ้ามิได้เจตนาให้เป็นหนังสือปลอม ย่อมจะลงโทษฐานปลอมหนังสือไม่ได้ และจำเลยไม่ได้ทำใบรับปลอมขึ้นอย่างไร ฉะนั้นจำเลยย่อมไม่มีความผิดตามมาตรา ๒๒๔ อนึ่งในข้อหาฐานยักยอกตามมาตรา ๑๓๑ การที่ โจทก์ระบุวันกระทำผิดมาในฟ้องว่าระหว่างวันที่ เท่านั้นเท่านี้ในเมื่อไม่สามารถจะรู้ได้ว่าจำเลยกระทำผิดวันใดเป็นฉะเพาะแล้วฟ้องนั้นก็เป็นฟ้องตาม ประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๕๘ (๕) ได้ จำเลยจะขอให้ยกฟ้องตาม ประมวล วิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๖๑ หาได้ไม่ จึงพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๑๓๑ จำคุก ๓ ปี ส่วน ข้อหาฐานปลอมหนังสือให้ยกเสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 221/2483 อัยยการ พังงา โจทก์ หลวงนรกิจกำจร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการ พังงา · จำเลย - หลวงนรกิจกำจร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติศาสตร์ · พลางกูร · พลางกูร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ++ · ศาลอุทธรณ์ - ++
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 258/2484ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 730/2486ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา