คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418/2482
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องมีสิทธินำสืบว่าตนได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ได้ แม้ที่ดินนั้นจะถูกจำนองโดยสมยอมกันก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ประเด็น
ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่าที่ดินที่โจทก์นำยึดนั้นตนได้ปกครองมากกว่า 40 ปี และโจทก์จำเลยทำจำนองกันโดยสมยอมดังนี้ ผู้ร้องมีสิทธินำสืบตามที่อ้างนั้นได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องจำเลยบังคับจำนองที่ดินคดีถึงที่สุด โจทก์จึงร้องขอยึดที่ดินรายจำนองนี้ออกขายทอดตลาด ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่า ที่ดินรายพิพาทผู้ร้องได้เข้าครอบครองมา ๔๐ ปี เศษแล้ว และสัญญาจำนองระหว่างโจทก์กับจำเลยนั้นเป็นการสมยอม
ศาลชั้นต้นงดสืบพะยานผู้ร้องแล้วพิพากษายกคำร้องของผู้ร้องเสีย
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาตัดสินว่าที่ศาลชั้นต้นงดไม่สืบพะยานผู้ร้องนั้นไม่ชอบ เพราะที่ผู้ร้องแถลงขอสืบว่าได้ปกครองที่พิพาทอยู่นั้น หมายความว่าจะสืบพะยานว่าตนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิครอบครองที่ดินรายพิพาทนี้ ฉะนั้นเมื่อโฉนดออกคลุมกับที่วิวาทนี้ก็ต้องถือว่าโฉนดออกทับที่ของผู้ร้องเป็นการสืบตามประเด็นที่โจทก์และผู้ร้องทุ่มเถียงมา จึงพิพากษากลับให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสืบพะยานตามผู้ร้องขอสืบต่อไปตามกระบวนความ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418/2482
นายศรีรัฐ จุลโมกข์ โจทก์
นางถนอม ที่ 1 ขุนศรีอังกาฯ ที่ 2 จำเลย
นายโพ้ย ประสพผล ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายศรีรัฐ จุลโมกข์ · จำเลย - นางถนอม ที่ 1 ขุนศรีอังกาฯ ที่ 2 · ผู้ร้อง - นายโพ้ย ประสพผล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิเศษ · อมาตย · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - พระยาเลขวณิชฯ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา