คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 461-462/2482
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดตามฟ้อง จะลงโทษจำเลยไม่ได้ แม้จะมีการสมัครใจทะเลาะวิวาทกันก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมัครใจทำร้ายซึ่งกันและกันจนมีบาดเจ็บ แต่มิได้ระบุว่าใครทำร้ายใคร เมื่อไม่ได้ความว่าจำเลยสมัครใจเข้าต่อสู้ทำร้ายตามฟ้องแล้ว จะลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายไม่ได้กรณีเช่นนี้ไม่เข้า ม.192 วรรคท้าย แห่งประมวลวิธีพิจารณาอาญาด้วย.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลฎีกาตัดสินว่าตามฟ้องโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยสมัครใจทำร้ายกันจน +มีบาดเจ็บ แต่โจทก์มิได้ระบุข้อเท็จจริงในฟ้องว่าจำเลยคนไหนเป้นผู้ทำร้ายใคร ดังนั้นจะลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายย่อมไม่ได้ เมื่อคดีไม่ได้ความว่าจำเลยสมัครใจต่อสู้ทำร้ายกันตามฟ้องของโจทก์แล้วก็ต้องยกฟ้อง และรูปคดีไม่เข้า ม.๑๙๒ วรรคท้ายแห่งประมวลวิธีพิจารณาความอาญา เพราะความผิดฐานสมัครใจทำร้ายเป้นความผิดอย่างเดียวเท่านั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ยืนตาม
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 461 - 462/2482
อัยยการลพบุรี โจทก์
นายล้าน นางสิงห์ นายตู้ นายจันที นายสุก นายจัน นายแก้ว นายหยวก
นายหนู นายสาลี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการลพบุรี · นายหยวก - นายล้าน นางสิงห์ นายตู้ นายจันที นายสุก นายจัน นายแก้ว · จำเลย - นายหนู นายสาลี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดูปลาตร์ · อิศร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา