คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 29/2483
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลสองฝ่ายต่างทำร้ายซึ่งกันและกันนั้น ศาลสามารถลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายได้ แม้โจทก์จะฟ้องว่าต่างฝ่ายต่างทำร้ายกันก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
กรณีที่เกิดการทำร้ายกันในระหว่าง 2 คน และโจทก์ฟ้องว่าต่างฝ่ายต่างทำร้ายซึ่งกันและกันนั้นต้องวินิจฉัยว่าคนหนึ่งทำร้ายอีกคนหนึ่ง ต่างฝ่ายต่างทำร้ายกันซึ่งศาลลงโทษฐานทำร้ายร่างกายได้ อ้าง ฎีกาที่ 1057/2482
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสอง นี้ต่างฝ่ายต่างมีมีดและไม้เป็นสาตราวุธสมัครใจวิวาททำร้ายซึ่งกันและกัน จนนายหว่างจำเลยมีบาดเจ็บสาหัส และนายอ่อนจำเลยมีบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม กฎหมายอาญา ม. ๒๕๔ ๒๕๖ จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ตามฟ้อง โจทก์มิได้กล่าวว่าใครทำร้ายใคร ฟ้องแต่ว่าจำเลยวิวาททำร้ายกัน จนนายหว่างจำเลยวิวาททำร้ายกัน จนนายหว่างจำเลยบาดเจ็บสาหัส นายอ่อน จำเลยมีบาดเจ็บ ไม่ได้เจาะจงว่าใครทำร้ายใคร จะลงโทษ จำเลยฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา ๒๕๔ ๒๕๖ ไม่ได้ จึงพิพากษายกฟ้อง
ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ศาลอุทธรณ์ว่า การทำร้ายกันในเรื่องนี้มีเพียง ๒ คน และโจทก์ฟ้องว่าต่างฝ่ายต่างทำร้ายซึ่งกันและกัน จึงต้องวินิจฉัยว่านายหว่าง จำเลยทำร้ายนายอ่อนมีบาดเจ็บและนายอ่อนจำเลยทำร้ายนายหว่างมีบาดเจ็บสาหัส จึงพิพากษากลับคำพิพากษา ศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญามาตรา ๒๕๖(๘) ๒๕๔
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 29/2483
อัยยการปราจีนบุรี โจทก์
นายอ่อน นายหว่าง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการปราจีนบุรี · ล. - นายอ่อน นายหว่าง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทธิอรรถนฤมนตร์ · อิศรภักดีธรรมวิเทต · ดูปลาตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงศักดิ์สภา · ศาลอุทธรณ์ - พระยาภัทร+++ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา