คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1006/2484
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจปลูกต้นยางโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมยางมาตรา 15 แม้จำเลยรับสารภาพก็ต้องยกฟ้องเพราะยังไม่พอแสดงให้เห็นเป็นองค์ความผิดตามมาตรา 15
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจปลูกต้นยาง ๑๗๖๙ ต้นโดยมิได้รับอนุญาตต่อเจ้าพนักงาน จำเลยรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับตามพระราชบัญญัติควบคุมสวนยาง และให้ทำลายต้นยางรายนี้
จำเลยอุทธรณ์ขอให้ทำลายต้นยางศาลอุทธรณ์พิจารณาถึงมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ.๒๔๘๑ ว่าบัญญัติเอาโทษแก่ผู้ทำการปลูกใหม่ ฟ้องโจทก์ไม่มีข้อความกล่าวเลยว่าจำเลยได้กระทำการปลูกใหม่ จึงยังขาดส่วนในประโยคความผิดตามมาตรานี้ ตกเป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้อง ย่อมใช้ประมวลวิธีพิจารณาอาญามาตรา ๑๘๕ เป็นเหตุยกฟ้องได้ จึงพิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าถ้อยคำตามที่โจทก์กล่าวในฟ้อง ไม่พอที่จะให้ฟังว่าจำเลยได้ปลูกต้นยางขึ้นใหม่ อันจะเป็นผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมยางมาตรา ๑๕ ฉะนั้นแม้จำเลยจะให้การรับสารภาพก็ยังไม่ได้ความว่าการกระทำของจำเลยครบองค์ความผิด ย่อมยกฟ้องได้ จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1006/2484
อัยยการจังหวัดตรัง โจทก์
นายเช่ง ศุขหาย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นายเช่ง ศุขหาย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · นิติศาสตร์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายจำรูญ โชติรัต · ศาลอุทธรณ์ - พระทิพย์ปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา