⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 711/2484

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 711/2484

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิตามสัญญาจ้างทำของบนที่ดินไม่ใช่ทรัพย์สิทธิ และไม่ตกติดไปกับที่ดิน ผู้ที่อ้างสิทธิดังกล่าวจะต้องแสดงว่าตนได้สิทธินั้นมาโดยการรับโอนสิทธิหรือได้รับทางมรดก

ย่อคำพิพากษา

สิทธิตามสัญญาจ้างทำของบนที่ดินนั้น ไม่ใช่ทรัพย์สิทธิยอมไม่ตกติดไปกับที่ดิน.ผู้ใดอ้างสิทธิตามสัญญาจ้างทำของ จะต้องแสดงว่าตนได้สิทธินั้นมาโดยได้รับโอนสิทธิหรือได้รับทางมฤดก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.94

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญารับเหมาก่อสร้างเขื่อนสะพานท่าและเครื่องประกอบด้วยแฟโรคคอนกรีตในที่ดินกับผู้แทนผู้จัดการมฤดกของเจ้าของที่ดินเดิม แล้วภายหลังผู้จัดการมฤดกได้แบ่งมอบที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพร้อมทั้งสิทธิเกี่ยวแก่ทรัพย์สินนั้นให้แก่โจทก์ บัดนี้เขื่อนและตึกที่อยู่ริมน้ำที่จำเลยก่อสร้างได้พังทะลายเกิดเสียหายแก่โจทก์ ซึ่งจำเลยต้องรับผิดตามสัญญาก่อสร้างนั้น. จำเลยให้การแก้ว่าโจทก์ไม่ใช่คู่สัญญาจะฟ้องร้องตามสัญญานั้นไม่ได้โจทก์จะเป็นผู้รับมฤดกเจ้าของเดิมหรือไม่จำเลยไม่ทราบและไม่ได้บอกกล่าวโอนสิทธิเรียกร้องตามสัญญานั้นแต่อย่างใดเลย โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องร้องตามกฎหมาย. ศาลชั้นต้นฟังว่าสัญญาที่คณะกรรมการจัดการมฤดกทำกับจำเลยในคดีนี้เป็นสัญญาที่คณะกรรมการจัดการมฤดกทำแทนโจทก์ซึ่งเป็นทายาทได้ตามประมวลแพ่ง ฯ มาตรา ๑๗๒๐,๑๗๒๔ (๑) ฉะนั้นโจทก์จึงมีสิทธิจะฟ้องจำเลยได้ ส่วนความรับผิดในการที่เกิดความเสียหายชิ้นนี้ ศาลชั้นต้นฟังว่าความเสียหายเกิดขึ้นภายใน ๒๔ เดือนหาใช่เพราะเหตุสุดวิสัยไม่ จึงพิพากษาให้จำเลยใช้เงินค่าก่อสร้างและค่าเสียหาย. จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ถ้าฟังได้ว่าโจทก์เป็นผู้รับพินัยกรรม์โจทก์ก็มีสิทธิฟ้องจำเลยได้ แต่การที่จะฟังว่าโจทก์เป็นผู้รับพินัยกรรม์ได้หรือไม่นั้น จำต้องมีพินัยกรรม์มาเป็นพะยาน ฉะนั้นการนำพะยานบุคคลมาสืบแทนพะยานเอกสารย่อมใช้ไม่ได้ตามมาตรา ๙๔ ประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ฉะนั้นเมื่อฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้รับพินัยกรรม์ โจทก์ก็ไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้จึงพิพากษาให้ยกฟ้อง แต่เห็นว่าการโอนสิทธิเรียกร้องของโจทก์มิได้เป็นไปโดยชอบตามมาตรา ๓๐๖ ประมวลแพ่ง ฯ ฉะนั้นฐานะของโจทก์ก็เป็นเพียงคนภายนอกสัญญาหามีอำนาจที่จะฟ้องซึ่งสิทธิตามสัญญาได้ไม่. โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าไม่ปรากฎว่ามีการโอนสิทธิตามสัญญาให้แก่โจทก์ โจทก์อ้างอีกอย่างหนึ่งว่าได้รับที่ดินโดยพินัยกรรม์และอ้างว่าผู้จัดการมฤดกทำสัญญาแทน แต่โจทก์ไม่ได้นำสืบพินัยกรรม์เป็นพะยานเอกสาร และพะยานบุคคลที่นำมาสืบถึงเรื่องพินัยกรรม์ก็มิได้เบิกความให้ชัดแจ้ง จึงไม่ต้องวินิจฉัยว่าโจทก์จะนำพะยานบุคคลมาสืบได้หรือไม่ คดีไม่มีทางจะให้ถือว่าผู้จัดการมฤดกจัดทำสัญญาจ้างเหมาแทนโจทก์ โจทก์จึงไม่มอำนาจฟ้องจำเลยได้ตามสัญญานั้น จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 711/2484 พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า เฉลิมพลทิฆัมพร พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองคืเจ้าอนุสรมงคลการ โดยหม่อมศิริ วงศ์วรวัฒน์ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายฮิน แซ่เอา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า - พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล · โดยหม่อมศิริ - เฉลิมพลทิฆัมพร พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองคืเจ้าอนุสรมงคลการ · โจทก์ - วงศ์วรวัฒน์ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายฮิน แซ่เอา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติศาสตร์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทิพปัญญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 635/2484ฎีกา 863/2478ฎีกา 728/2490ฎีกา 708/2484ฎีกา 3023/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา