คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 26/2485
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ต่างฝ่ายต่างทำร้ายร่างกายกันเอง ไม่ถือเป็นความผิดอาญา เว้นแต่จะมีการทำร้ายถึงสาหัสหรือถึงตาย
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องโจทก์บรรยายว่าจำเลย 2 ฝ่ายต่างทำร้ายร่างกายซึ่งกันแลกัน ไม่ปรากฏว่าใครทำร้ายใครและไม่ได้กล่าวว่าจำเลยหลายคนฝ่ายหนึ่งสมคบกันเข้าทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่งดังนี้ถ้าปรากฏว่าทำร้ายกันไม่ถึงสาหัสหรือถึงตายแล้ว แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ลงโทษไม่ได้ อ้างฎีกาที่ 984,985/2484
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่านายสิน นายเสมจำเลยฝ่ายหนึ่ง นายทอง นายบุญ นายยิ้มจำเลยฝ่ายหนึ่งบังอาจทำร้ายร่างกายซึ่งกันแลกัน จำเลยรับสารภาพ ศาลชั้นต้นเห็นว่าตามฟ้องและคำรับของจำเลยไม่ปรากฏว่าใครทำร้ายใคร คนใดทำร้ายถึงบาดเจ็บ คนใดไม่ถึงบาดเจ็บ จึงลงโทษคนใดตามมาตราใดไม่ได้ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยรับว่าวิวาทกัน มิใช่ทำร้ายร่างกายตามฟ้อง และโจทก์ก็มิได้กล่าวว่าจำเลยในฝ่ายหนึ่งๆ สมคบกันซึ่งจะต้องเป็นตัวการด้วยกัน จึงชี้ขาดไม่ได้ว่าจำเลยคนใดทำร้ายใคร พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยคนใดทำร้ายคนใด ทั้งไม่ได้บรรยายว่าจำเลยในฝ่ายหนึ่งได้สมคบกัน จึงไม่อยู่ในบังคับกฎหมายลักษณอาญามาตรา ๖๓ ตามตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ ๙๘๔,๙๘๕/๒๔๘๔ พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 26/2485
อัยการสมุทรปราการ โจทก์
นายสิน นายเสม นายทอง นายบุญ นายยิ้ม จล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการสมุทรปราการ · จล. - นายสิน นายเสม นายทอง นายบุญ นายยิ้ม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติศาสตร์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทิพปัญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายชวนวินทวามร · ศาลอุทธรณ์ - พระนาคประชา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา