คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 556/2485
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลอมแปลงเอกสารเพื่อยืดอายุความ ถือเป็นข้อหาที่ชัดเจนแล้ว แม้โจทก์จะไม่ได้ระบุวัน เดือน ปี และสถานที่ที่จำเลยกระทำการปลอมแปลงเอกสารก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องโจทก์กล่าวว่า โจทก์ได้ทำสัญญากู้เงินจำเลยเมื่อ พ.ศ.2471 ครั้นจำเลยนำสัญญามาฟ้องกลับปลอม (แก้) เป็น พ.ศ.2473 เพื่อให้อายุความยืดออกไป ดังนี้เป็นฟ้องที่ชัดเจนพอให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ไม่จำต้องกล่าวว่าจำเลยทำปลอมขึ้นเมื่อวัน เดือน ปี ใดและที่ไหน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้นำความมาฟ้องต่อศาลจังหวัดฉะเชิงเทราว่าจำเลยได้กู้เงินโจทก์ไปเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๑ เป็น พ.ศ.๒๔๗๓ เพื่อให้อายุความยืดออกไป ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๑ ปี ตามกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๕,๑๕๗,๒๒๒,๒๒๔.
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องโจทก์กล่าวความว่า โจทก์ได้ทำสัญญากู้เงินจำเลยเมื่อพ.ศ.๒๔๗๑ ครั้นจำเลยนำสัญญามาฟ้องกลับปลอม(แก้) เป็นพ.ศ. ๒๔๗๓ เพื่อให้อายุความยืดออกไป เช่นนี้เป็นฟ้องที่มีความชัดเจนพอให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว โจทก์ไม่จำต้องกล่าวว่าจำเลยทำปลอมขึ้นเมื่อวัน เดือน ปีใดและที่ไหนไม่ เพราะสัญญากู้อยู่ในความยึดถือของจำเลย โจทก์ย่อมไม่สามารถล่วงรู้ได้ จึงพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 556/2485
นายบุญธัม สุธินันท์ โจทก์
นายกิ้ด ง่วนฮู้ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบุญธัม สุธินันท์ · จำเลย - นายกิ้ด ง่วนฮู้ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต · เคลื่อน อิสรภักดี · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายโด เบญจกุล · ศาลอุทธรณ์ - พระยาภัทรนาวิกฯ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา