⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 696/2485

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 696/2485

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อเกิดการวิวาททำร้ายร่างกายกัน หากพิสูจน์ได้ว่าจำเลยทำร้ายผู้ใด ก็ลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำร้ายผู้นั้นได้ แม้โจทก์จะฟ้องว่าจำเลยสมคบกันทำร้าย แต่หากพยานหลักฐานปรากฏว่าจำเลยต่างเข้าทำร้ายผู้เสียหายโดยมิได้สมคบกัน ก็ลงโทษจำเลยตามความผิดที่ได้กระทำไปได้

ย่อคำพิพากษา

คดีที่ได้เกิดวิวาทกันแล้วทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน เมื่อได้ความว่าผู้ใดทำร้ายใครก็ลงโทษจำเลยที่ได้ทำร้างนั้น ได้ (อ้างฎีกาที่ 621/2460,ที่ 593/2484), การที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำความผิดโดยสมคบกันทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่ง เมื่อทางพิจารณาปรากฏว่าจำเลยได้ทำความผิดโดยต่างเข้าทำร้ายผู้เสียหายโดยมิได้สมคบกันมา ก็ลงโทษได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.63 กฎหมายลักษณะอาญา ม.254 กฎหมายลักษณะอาญา ม.256 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.231 ประมวลกฎหมายอาญา ม.63 ประมวลกฎหมายอาญา ม.254 ประมวลกฎหมายอาญา ม.256

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันทำร้ายร่างกายนายเม่งส้าน นายเอื้อน นายสุยมีบาดเจ็บขอให้ลงโทษ ศาลชั้นต้นฟังว่ามีการวิวาททำร้ายกัน จึงพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๒-๓-๔ ตามมาตรา ๒๕๔ จำเลยที่ ๑-๕-๖ ให้ปล่อยตัวไป โจทก์จำเลยที่ ๒-๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันทำร้ายร่างกายโจทก์ แต่ทางพิจารณาปรากฏว่าเป็นกรณีวิวาทก็ต้องยกฟ้องตามมาตรา ๑๙๒ ประมวลวิธีพิจารณาอาญา เพราะคำบรรยายในฟ้องต่างกับข้อเท็จจริงในทางพิจารณา จึงพิพากษาแก้ให้ปล่อยจำเลยที่ ๒-๓ ส่วนจำเลยที่ ๔ แม้จะไม่ได้อุทธรณ์คัดค้าน ก็ต้องปล่อยตัวไปเช่นกันเพราะเป็นเหตุในลักษณะคดี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า แม้คดีจะเป็นเรื่องกเกิดวิวาทแล้วทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน เมื่อได้ความว่าผู้ใดทำร้ายใครบ้างก็ลงโทษจำเลยที่ได้ทำร้ายนั้นได้ ส่วนในฟ้องที่บรรยายว่าจำเลยสมคบกันทำร้ายผู้เสียหายและทางพิจารณาปรากฏว่า ไม่มีการสมคบจำเลยบางคนได้เข้าไปทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่งโดยเกิดวิวาทกันขึ้นเช่นนี้ จะเรียกว่าข้อเท็จจริงที่บรรยายในฟ้องต่างกับในทางพิจารณา + ยกฟ้องตามมาตรา ๑๙๒ ประมวลวิธีพิจารณาอาญาได้หรือไม่นั้น เห็นว่าการที่โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำความผิดโดยสมคบกันทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่งหรือทางพิจารณาปรากฏว่า จำเลยได้ทำความผิดโดยต่างเข้าทำร้ายผู้เสียหายโดยมิได้สมคบกันมานั้น ข้อสำคัญที่จะมีความผิดหรือไม่นั้นก็คือการทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งแสดงให้เห็นว่าข้อสำคัญอยู่ที่การทำร้าย ฉนั้นจึงยกฟ้องโจทก์ตามมาตรา ๑๙๒ ประมวลวิธีพิจารณาอาญาไม่ได้ ข้อที่ว่ามีการสมคบหรือไม่นั้นไม่สำคัญสำหรับคดีนี้ จึงพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยที่ ๒-๓-๔ ตามมาตรา ๒๕๔ ตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 696/2485 อัยการพังงา โจทก์ นายส่อง นายปิ่น นายห้วน ด.ช.สุนทรหรือไข นายกิ่ม นายกลับ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการพังงา · จำเลย - นายส่อง นายปิ่น นายห้วน ด.ช.สุนทรหรือไข นายกิ่ม นายกลับ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ว.จ. นิติสาตรไพสาล · อ.ช. เพ็นชาติ · ธัมบันฑิต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายแฉล้มรุทรวนิช · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1642-1643/2497ฎีกา 724/2464ฎีกา 144/2485ฎีกา 182/2485ฎีกา 936/2472ฎีกา 4393/2565ฎีกา 3854/2537ฎีกา 837/2503ฎีกา 815/2473ฎีกา 394/2489ฎีกา 8867/2554ฎีกา 8350/2547ฎีกา 4110/2551ฎีกา 813/2484ฎีกา 217/2496ฎีกา 1683/2500ฎีกา 243/2491ฎีกา 791/2491ฎีกา 5451/2534ฎีกา 624/2492ฎีกา 412/2464ฎีกา 1080/2505ฎีกา 1176/2492ฎีกา 954/2472
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา