⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 770/2485

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 770/2485

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหลอกลวงเอาเงินโดยอ้างว่าจะนำไปให้เจ้าพนักงานเพื่อช่วยเหลือผู้ถูกจับกุม เป็นความผิดฐานฉ้อโกง และอัยการจะขอให้จำเลยคืนเงินที่ถูกฉ้อไปนั้นไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

เรียกเอาเงินจากผู้เสียหายว่าจะไปให้ตำรวจเพื่อช่วยระงับเรื่องให้ผู้ต้องหาในคดีหนึ่ง แต่แล้วไม่ช่วยเหลืออย่างไร เป็นเรื่องจะนำสินบนไปให้เจ้าพนักงาน ไม่ใช่เรื่องแสดงตนว่าสนิทชิดชอบกับเจ้าพนักงานไม่เข้า ม.123, หลอกลวงเอาเงินจากเขาโดยอ้างว่า จะเอาไปให้เจ้าพนักงานในการช่วยเหลือผู้ถูกจับกุมเป็นผิดฐานฉ้อโกง,ผู้เสียหายเล่าเรื่องที่ถูกหลอกลวงให้นายร้อยตำรวจผู้หนึ่งฟังจนถึงมีการสอบสวนความผิดกันขึ้นเรียกว่ามีการร้องทุกตามกฎหมายแล้ว, ในเรื่องฉ้อโกงซึ่งเจ้าทุกมอบเงินให้จำเลยไปเพื่อเอาไปให้สินบนแก่เจ้าพนักงานนั้นอัยการจะขอให้จำเลยคืนเงินที่ถูกฉ้อไปนั้น ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.123 กฎหมายลักษณะอาญา ม.304 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.43 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.44 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.123 ประมวลกฎหมายอาญา ม.123 ประมวลกฎหมายอาญา ม.304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.406 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.411

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่าจำเลยเรียกเงินจากผู้เสียหาย ๒๐๐ บาท อ้างว่าเพื่อนำไปให้ตำรวจสันติบาล ๔ นายเพื่อให้ระงับคดีเรื่องหนึ่งและได้มาเรียกอีกครั้งหนึ่ง แต่ผู้เสียหายไม่มีเงินให้ ครั้นผู้ต้องหาคดีนั้นถูกปล่อยตัวมาจึงทราบขึ้นว่าจำเลยไม่ได้เอาเงินไปช่วยตามที่รับปากไป ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๒๓,๓๐๔ จำคุก ๓ ปี กับให้ใช้เงิน ๒๐๐ บาทแก่ผู้เสียหายด้วย ส่วนจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ความว่าทำผิด ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าความผิดของจำเลยไม่เข้ามาตรา ๑๒๓ ส่วนความผิดฐานฉ้อโกงไม่ได้ความว่ามีการร้องทุก จึงพิพากษาแก้ให้ ปล่อยจำเลยที่ ๑ ด้วย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยมิได้แสดงว่าสนิทชิดขอบกับเจ้าพนักงาน แต่เป็นเรื่องที่จำเลยจะนำสินบนไปให้เจ้าพนักงานเท่านั้นรูปคดีจึงไม่เข้ามาตรา ๑๒๓ ส่วนความผิดฐานฉ้อโกงนั้น ผู้เสียหายได้เล่าเรื่องนี้ให้นายร้อยตำรวจเอกแสวงฟัง จึงมีการสอบสวนกันขึ้นนับว่ามีการร้องทุกตามกฎหมายแล้ว จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ยืนตามศาลชั้นต้น แต่แก้กำหนดโทษเป็นให้จำคุก ๖ เดือน ส่วนข้อที่โจทก์ขอให้คืนเงิน ๒๐๐ บาทด้วยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าตามมาตรา ๔๑๑ ป.พ.พ. ผู้เสียหายไม่มีสิทธิจะได้คืน เพราะเหตุว่าการที่จำเลยที่ ๑ จะนำเงิน ๒๐๐ บาทไปให้สินบนแก่เจ้าพนักงานนั้นเป็นการผิดกฎหมาย ให้ยกคำขอของโจทก์ในข้อนี้เสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 770/2485 พนักงานอัยการ โจทก์ นายสวัสดิ์ที่ 1 นางผิวเผื่อนอาสาที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ · จำเลย - นายสวัสดิ์ที่ 1 นางผิวเผื่อนอาสาที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)คง อิสรภักดี · อ.ช. เพ็นชาติ · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายไชยจเริน สันติสิริ · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยการน์โกวิท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 888/2490ฎีกา 1111/2494ฎีกา 933/2560ฎีกา 1623/2494ฎีกา 8080/2538ฎีกา 4590/2553ฎีกา 4259/2547ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 7201/2568ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1061/2511ฎีกา 276/2520ฎีกา 663/2488ฎีกา 1008/2510ฎีกา 1813/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา