⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 869/2485

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 869/2485

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ไม้สักที่ถูกเลื่อยเป็นแผ่นแล้ว ถือว่าได้เปลี่ยนสภาพแล้ว จึงไม่อยู่ภายใต้ข้อสันนิษฐานตามกฎหมายที่กำหนดให้ต้องเสียค่าตอและภาษี

ย่อคำพิพากษา

ไม้สักซึ่งเลื่อยเปนแผ่นแล้วย่อมไม่เข้าหยู่ไนข้อสันนิถานตามข้อ 5 พ.ร.บ.ป้องกัน การลักลอบชักลากไม้สักที่ยังไม่ได้เสียค่าตอและภาสี 118 เพราะเปนไม้ที่เปลี่ยนสภาพแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทฟ้องว่า เจ้าพนักงานตรวดพบไม้สักตกหยู่ไนครอบครองของจำเลยรวม ๓๖๐ แผ่นเปนไม้ที่เลื่อยจากต้นสัก ๘ ต้นไม่มีดวงตราของเจ้าพนังงานป่าไม้สแดงว่าเสียเงินค่าตอพาสีและภาคหลวงประจำต้นแต่หย่างไร ทั้งนี้ถือได้ว่าจำเลยบังอาดชักลากไม้สักดังกล่าวออกจากป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอไห้ลงโทส จำเลยไห้การปติเสธและแถลงว่าไม้ที่เจ้าพนักงานจับได้จากจำเลย เปนไม้ที่ซื้อมาจากผู้มีชื่อหลายคน สาลชั้นต้นพิจารนาแล้ววินิฉัยว่า จะนำข้อ ๕ แห่งพ.ร.บ. ป้องกันการลักลอบชักลากไม้สักที่ยังไม่ได้เสียค่าตอและภาสี ๑๑๘ มาใช้บังคับไม่ได้ เพราะมีสภาพเปนแผ่นกะดานแล้ว ไม่ไช้ต้น พิพากสายกฟ้อง โจทอุธรน์ สาลอุธรน์เห็นว่าจำเลยนำสืบไม่ได้ว่า ได้รับอนุญาตไห้ทำการชักลากไม้สักออกจากป่าหรือเจ้าพนักงานได้ตีตราค้อนเหล็กตามพ.ร.บ.แล้ว จำเลยต้องมีผิดตามฟ้องจึงพิพากสากลับว่าจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการลักลอบชักลากไม้สักที่ยังไม่ได้เสียค่าตอและภาสี ร.ส.๑๑๘ ข้อ ๒,๓,๕ จำเลยดีกา สาลดีกาเห็นว่าเรื่องนี้ไนฟ้องโจทกล่าวว่า เจ้าพนักงานตรวดพบไม้สักตกหยู่ไนความครอบครองจำเลย ๓๖๐ แผ่นเปนไม้สักที่เลื่อยจากต้นสัก ๘ ต้น โจทมิได้มีพยานสแดงว่าต้นสักที่หาว่าจำเลยเลื่อยนั้นมีขนาดหย่างไรและมีตราประทับหรือไม่ และที่ว่า ๘ ต้นก็เพียงแต่โดยประมานและไม้รายนี้ได้ถูกเลื่อยเปนแผ่นกะดานเปลี่ยนสภาพไปแล้ว จะไห้ลงสันนิถานว่า จำเลยเปนผู้ชักลากไม้สักต้นออกจากป่ามาเลื่อยเปนแผ่นกระดานดังที่บัณณัติไว้ไนข้อ ๕ แห่งพระราชบัณณัติป้องกันการลักลอบชักลากไม้สักที่ยังไม่ได้เสียค่าตอและภาสี ร.ส.๑๑๘ เปนการสันนิถานไปไกลมากไม่บังคาน ส่วนข้อต่อสู้จำเลยที่ว่าซื้อไม้สักจากผู้มีชื่อมาเลื่อยนั้น จำเลยก็มีผู้ขายบางคนมาสืบและแม้จำเลยจะสืบไม่สมก็ไม่ทำไห้จำเลยเปนผิดขึ้น เพราะจะไช้ข้อสันนิถานตามมาตรา ๕ ที่กล่าวแก่จำเลยไม่ได้ จึงพิพากสากลับ ไห้บังคับคดีตามคำพิพากสาสาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 869/2485 อัยการลำปาง โจทก์ นายติ๊บ เผิ้งอินต๊ะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการลำปาง · จำเลย - นายติ๊บ เผิ้งอินต๊ะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · ว.จ. นิติสาตรไพสาล · อ.ช. เพ็นชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - +โรจนเวทน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเชียร ธีระพ+
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2018/2526ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 880/2502ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1305/2547ฎีกา 9/2496ฎีกา 26/2487ฎีกา 345/2492ฎีกา 3026/2517ฎีกา 1140/2507ฎีกา 2963/2535ฎีกา 2891/2540ฎีกา 726/2487ฎีกา 848/2545ฎีกา 2813/2566ฎีกา 868/2497ฎีกา 13516/2553ฎีกา 738/2536ฎีกา 1167/2532ฎีกา 5806/2534ฎีกา 8552/2552ฎีกา 988/2568ฎีกา 1516/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา