คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15-18/2486
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การกล่าวอ้างถึงหน้าที่ของจำเลยในการดูแลโรงเรียน ย่อมเพียงพอที่จะตีความได้ว่าโรงเรียนนั้นเป็นของหน่วยงานที่จำเลยสังกัดอยู่
* หากข้อเท็จจริงที่กล่าวอ้างในฟ้องไม่ตรงกับพยานหลักฐาน แต่คู่ความมิได้โต้แย้งในประเด็นนั้น ศาลอาจวินิจฉัยตามพยานหลักฐานได้
ย่อคำพิพากษา
แม้ว่าฟ้องโจทจะไม่ได้กล่าวว่าโรงเรียนประชาบาลบาเจาะ 1 เปนโรงเรียนประชาบาลที่ทางอำเพอจัดตั้ง แต่ฟ้องโจทได้กล่าวแล้วว่าจำเลยได้รับราชการเปนสึกสาธิการมีหน้าที่ดูแลรักสาเก็บผลประโยชน์รายได้ของโรงเรียนนั้นก็พอคีความได้ว่า โรงเรียนนั้นเปนของอำเพอบาเจาะ,
ฟ้องโจทว่าจำเลยกะทำผิดเวลากลางวัน แม้คำพยานโจทไม่ปรากตว่าจำเลยกะทำผิดเวลากลางวัน แต่มิได้โต้เถียงกันมาเรื่องเวลา ต้องฟ้องว่าจำเลยกะทำผิดไนเวลากลางวัน.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทฟ้องว่าจำเลยรับราชการเปนสึกสาธิการอำเพอบาเจาะมีหน้าที่ดูแลรักสาเก็บผลประโยชน์รายได้ของโรงเรียนประชาบาลบาเจาะ ๑ ได้มีเจตนาทุจริตยักยอกคูปองสวนยางของโรงเรียนไป ขอไห้ลงโทสรวม ๔ สำนวนด้วยกัน
จำเลยไห้การว่าไม่ได้กระทำผิดดั่งโจทกล่าวหา
สาลชั้นต้นและสาลอุธรน์วินิจฉัยต้องกันว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้อง พิพากสาว่าจำเลยมีความผิดตามลักสนะอาญามาตรา ๑๓๑ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒) ม. ๓ จำคุกรวม ๔ สำนวนมีกำหนด ๑๐ ปี ลดตามม. ๕๙ ไห้ ๑ ไน ๓ คงจำคุก ๖ ปี ๘ เดือน
จำเลยดีกา สาลดีกาเห็นว่าพยานหลักถานของจำเลยไม่พอหักล้างข้อสันนิถานว่าจำเลยได้ทุจริตยักยอกไบคูปองยางของโรงเรียนซึ่งจำเลยรับมารักสาตามหน้าที่ ส่วนข้อกดหมายของจำเลยมีดั่งต่อไปนี้
๑. จำเลยว่า ข้อเท็จจิงที่ได้ความตามทางพิจารนาไม่ตรงกับฟ้อง สาลดีกาเห้นว่าการกะทำที่โจทอ้างว่าจำเลยกะทำผิดก็คือจำเลยทุจริตยักยอกไบคูปองยางของโรงเรียนซึ่งจำเลยเปนผู้รักสาตามหน้าที่ราชการ ข้อเท็ดจิงอันนี้ทางพิจารนาได้ความตามฟ้อง
๒. จำเลยว่า ฟ้องโจทไม่ได้กล่าวแน่ว่าจำเลยยักยอกไบคูปองยางหรือยักยอกเงินที่ขายไบคูปองได้ สาลดีกาเห็นว่าฟ้องโจทสแดงข้อหาชัดว่าจำเลยยักยอกไบคูปองยาง
๓. จำเลยว่า ฟ้องโจทไม่ได้กล่าวว่าโรงเรียนประชาบาลบาเจาะ ๑ เปนโรงเรียนประชาบาลที่ทางอำเพอจัดตั้งและจำเลยก็ไม่มีหน้าที่จัดการ สาลดีกาเห็นว่า ฟ้องโจทกล่าวแล้วว่า จำเลยรับราชการเปนสึกสาธิการอำเพอบาเจาะมีหน้าที่ดูแลรักสาเก็บผลประโยชน์รายได้ของโรงเรียน พอตีความได้ว่าโรงเรียนนั้นเปนของอำเพอบาเจาะ
๔. จำเลยว่า โจทฟ้องว่าจำเลยกะทำผิดไนเวลากลางวัน แต่ตามคำพยานโจทไม่ปรากตว่าจำเลยกะทำผิดเวลากลางวัน สาลดีกาเห้นว่าจำเลยไห้การรับว่าได้ขายไบคูปองยางไปแล้วและมิได้โต้เถียงเรื่องเวลากะทำผิด ทั้งทางพิจารณาก็ไม่ปรากตว่าจำเลยกะทำผิดเวลากลางคืน
สาลดีกาเห็นว่า ดีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น จึงพิพากสายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15 - 18/2486
อัยการนราธิวาส โจทก์
นายนิจ ธัมมิกะกุล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการนราธิวาส · จำเลย - นายนิจ ธัมมิกะกุล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จามรมาน · คง อิสรภักดี · ทิพปัญญา อ. บุปผเวส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายบุญมี+ · ศาลอุทธรณ์ - นายกะจ่าง+ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา