คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 668/2487
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขู่ว่าจะแจ้งความดำเนินคดีอาญา หากผู้เสียหายไม่ยอมจ่ายเงิน ถือเป็นการข่มขู่ให้ผู้เสียหายกลัว และกระทำการใดตามที่ผู้ข่มขู่สั่ง การกระทำเช่นนี้เป็นความผิดฐานรีดเอาทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
จำเลยพูดขู่เข็นผู้เสียหายว่าจะไห้ตำหรวดจับ ถ้าไม่ไห้เงิน 35 บาท ผู้เสียหายมีความกลัวจึงได้ไห้เงินแก่จำเลยไป ดังนี้ จำเลยย่อมมีความผิดถานทำไห้เสื่อมเสียอิสรภาพ.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความตามโจทฟ้องว่าจำเลยบังอาดไช้วาจาขู่เข็นขืนไจผู้เสียหายไห้ไห้เงิน ๓๕ บาทแก่จำเลยโดยกล่าวว่าจะบอกตำหรวดจับตัวและวัวซึ่งผู้เสียหายครอบครองหยู่ส่งสถานนีตำหรวด ถ้าไม่ไห้จับก็ขอเงิน ๓๕ บาท ผู้เสียหายมีความกลัวจะถูกจับจึงส่งเงินไห้จำเลยไป ๓๐ บาท
จำเลยรับสารภาพ ทั้ง ๒ ฝ่ายไม่สืบพยานสาลชั้นต้นเห็นว่าบุคคลธัมดาทั่ว ๆ ไปไม่น่าจะมีความกลัวจำเลยจึงไม่มีผิด พิพากสายกฟ้อง
สาลอุธรน์พิพากสากลับว่าจำเลยมีความผิดตามกดหมายลักสนะอาญามาตรา ๒๖๘
จำเลยดีกา สาลดีกาเห็นว่าตามฟ้องกล่าวชัดว่าจำเลยได้พูดจาขู่เข็นจะไห้ตำหรวดจับผู้เสียหาย ๆ มีความกลัวจึงได้ไห้เงินแก่จำเลย จำเลยจึงมีผิดตามมาตรา ๒๖๘ บริบูรน์ พิพากสายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 668/2487
อัยการนครสวรรค โจท
นายวงส์ สอนมาก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจท - อัยการนครสวรรค · จำเลย - นายวงส์ สอนมาก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · ชม จามรมาน · ท.อ.บุปผเวส. |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | นายอดุล รัตน+ · นายมนูภันท์ ห์ลีละเมียร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา