คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 876/2487
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ผู้กระทำรับของโจรโดยรู้ว่าทรัพย์นั้นได้มาจากการกระทำความผิด หรือเก็บทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดแล้วยักยอก ถือเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องระบุว่าของหายโดยถูกคนร้ายลัก ต่อมาของนั้นตกหยู่ที่จำเลยโดยจำเลยรับไว้จากคนร้ายโดยรู้ว่าเปนของร้ายหรือมิฉะนั้นก็เก็บตกได้แล้วยักยอก ขอไห้ลงโทสตามมาตรา 318, 321. ดังนี้ไม่เปนฟ้องเคลือบคลุม.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทฟ้องว่ามีคนร้านลักตราชื่อของนายวิบูลย์ไปต่อมาระหว่างตั้งแต่วันที่ ๑ เมสายน ถึง ๒๙ พรึสภาคม จำเลยได้ตราชื่อนั้นมาไว้ไนครอบครอง ทั้งนี้โดยจำเลยที่รับไว้จากคนร้านโดยรู้ว่าเปนของร้าย หรือมิฉะนั้นจำเลยได้เก็บทรัพย์รายนี้โดยคนร้ายทำตกไว้แล้วจำเลยยักยอกเอาเสีย ขอไห้ลงโทสตามมาตรา ๓๑๘,๓๒๑.
จำเลยไห้การว่าฟ้องเคลือบคลุมและว่ามิได้กะทำผิด
สาลชั้นต้น พิพากสาลงโทสจำเลยตามมาตรา ๓๑๘
จำเลยอุธรน์ สาลอุธรน์เห็นว่าฟ้องเคลือบคลุมไห้ยกฟ้อง
โจทดีกา สาลดีกาวินิฉัยว่า ฟ้องโจทที่กล่าวหาว่าจำเลยรับของโจทหรือยักยอก เก็บของตกโดยยับยายความไว้ชัดเจนดังฟ้องฉบับนี้ ไม่ผิดอะไรกับฟ้องที่กล่าวหาว่าจำเลยลักทรัพย์หรือรับของโจร ซึ่งหาไช่ฟ้องเคลือบคลุมไม่ จึงไห้ยกคำพิพากสาสาลอุธรน์ไห้สาลอุธรน์พิพากสาข้อเท็ดจิงแล้วพิพากสาไหม่.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 876/2487
อัยการนครวสรรค์ โจท
นายชงค์ นิยมธัม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจท - อัยการนครวสรรค์ · จำเลย - นายชงค์ นิยมธัม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · ชม จามรมาน · ท.อ.บุปผเวส. |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | นายสิริ วิสิทธัท ดัสว+ · นายนิติกร ทุมวิภาถ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา