⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 303/2488

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 303/2488

ป.พ.พ. ม.1012, 1025, 1027 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.142, 150

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ทรัพย์สินที่หามาได้ระหว่างการอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียน ถือเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันคนละครึ่ง เว้นแต่จะมีข้อตกลงเป็นอย่างอื่น * ในกรณีที่บิดามารดาแยกกันอยู่ ศาลควรให้มารดาเป็นผู้ปกครองบุตรที่ยังเป็นทารก โดยบิดามีหน้าที่ต้องออกค่าเลี้ยงดูบุตร แม้ว่ามารดาจะมีทรัพย์สินเพียงพอหรือไม่ก็ตาม * การฎีกาเฉพาะทุนทรัพย์ที่แพ้ในชั้นอุทธรณ์ ผู้ฎีกาต้องเสียค่าขึ้นศาลในส่วนของทุนทรัพย์ที่แพ้นั้น * การฟ้องขอแบ่งทรัพย์สิน หากศาลพิพากษาให้แบ่งกรรมสิทธิ์ร่วมกัน จะต้องไม่เกินกว่าจำนวนที่โจทก์ได้ขอไว้ในคำฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

แต่งงานกันตามประเพณีโดยมิได้จดทะเบียน แต่อยู่กินด้วยกันและระคนทรัพย์กันนั้น ทรัพย์ใดที่หามาได้ด้วยทรัพย์หรือแรงงานของฝ่ายใดก็ต้องถือว่าเจตนาเป็นเจ้าของร่วมกัน เมื่อไม่ปรากฏอย่างอื่นก็ต้องถือว่าเป็นเจ้าของร่วมกันคนละครึ่งแม้จะแยกกันอยู่ภายหลังโดยมีการเยี่ยมเยียนกันอยู่ก็ไม่พอถือว่าจะไม่ร่วมทุกข์ร่วมสุขและไม่ระคนทรัพย์ต่อกัน บิดามารดาแยกกันอยู่ มีบุตรเป็นทารกยังไม่เดียงสาและบิดามีภรรยาใหม่ ควรให้มารดาเป็นผู้ปกครอง มารดาซึ่งขอเป็นผู้ปกครองบุตรนั้น แม้จะไม่มีทรัพย์พอเลี้ยงดูหรือมีพอก็ตามเมื่อบิดามีฐานะจะออกค่าเลี้ยงดูได้ บิดาก็ต้องออกค่าเลี้ยงดู จำเลยฎีกาเฉพาะทุนทรัพย์ที่แพ้ชั้นศาลอุทธรณ์ก็ต้องเสียค่าขึ้นศาลในทุนทรัพย์ที่แพ้นั้น โจทก์ฟ้องแบ่งที่ดินกึ่งหนึ่งเป็นเงิน 1,000 บาท ศาลจะพิพากษาว่าโจทก์จำเลยมีส่วนคนละครึ่งไม่ได้ จะต้องพิพากษาให้แบ่งกันด้วย แต่ต้องไม่เกิน 1,000 บาทเท่าที่โจทก์ขอ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.150 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1012 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1025 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1027 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1028 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1044 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1357 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1516 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1520 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1526 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1538 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1584

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.150 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1012 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1025 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่า โจทก์จำเลยแต่งงานกันตามประเพณีแต่ไม่ได้จดทะเบียน อยู่กินด้วยกันมาจนมีบุตร ๒ คน แล้วจำเลยไปได้ภรรยาใหม่ โจทก์จึงฟ้องแบ่งทรัพย์ครึ่งหนึ่งกับเรียกค่าเลี้ยงดูบุตร ศาลฎีกาตัดสินว่าในทางกฎหมายจะถือว่าโจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากันไม่ได้ แต่ไม่เป็นการกะทบกะเทือนถึงสิทธิในทรัพย์ระหว่างโจทก์จำเลยอันจะพึงได้ตามกฎหมายทั่วไป พฤตติการณ์ที่โจทก์จำเลยแต่งงานและอยู่กินด้วยกันฉันท์สามีภรรยาเช่นนี้ แสดงว่าโจทก์จำเลยได้ร่วมเข้าทำมาหากินด้วยกัน แม้ภายหลังไม่ได้อยู่ร่วมกัน เพียงแต่มีการเยี่ยมเยียนกันไปมานั้นไม่พอถือว่า ไม่ร่วมทุกข์ร่วมสุขและไม่ระคนทรัพย์กันต่อไป เมื่อปฏิบัติกันเช่นนี้ทรัพย์ใดที่หาได้ระหว่างนั้นแม้จะเป็นด้วยเงินหรือแรงงานของฝ่ายใดก็ตาม ต้องถือว่าเป็นทรัพย์ที่หามาโดยเจตนาเป็นเจ้าของร่วมกัน เมื่อไม่มีความปรากฎเป็นอย่างอื่นที่ศาลอุทธรณ์ให้โจทก์จำเลยมีส่วนคนละครึ่งชอบแล้ว คดีนี้ศาลล่างพิพากษาว่าจำเลยเป็นบิด ไม่มีประเด็นสู่ศาลฎีกาสำหรับในเรื่องค่าเลี้ยงดูบุตร ศาลอุทธรณ์ว่าเด็กยังไม่เดียงสาอยู่กับโจทก์ดีกว่าอยู่กับจำเลยซึ่งมีภรรยาแล้ว ศาลฎีกาเห็นชอบด้วย การที่มารดาแสดงให้เห็นว่าตนจะปกครองบุตรได้ดี ไม่หมายความว่ามีกำลังพอเลี้ยงดู แม้ไม่มีเงินทองพอหรือมีพอ ก็ไม่หมายความว่าบิดาซึ่งมีกำลังพอจะไม่ต้องออกค่าเลี้ยงดู ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดู ๑๐๐๐ บาท และขอแบ่งทรัพย์ ๒ ราย คือรายที่ ๑ เงินสดขายของได้ ๑๕๐๐ บาทรายที่๒ สวนยาง ๑๐๐๐ บาทรวม ๒๕๐๐ บาทรวมกับค่าเลี้ยงดูเป็นเงิน ๓๕๐๐ บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระค่าเลี้ยงดูและให้โจทก์มีส่วนในสวนยางส่วนเงินสดศาลอุทธรณ์ไม่ให้ จำเลยฎีกาจึงเป็นฎีกาในทางทรัพย์ ๒๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นเรียกค่าขึ้นศาลในทุนทรัพย์ ๓๕๐๐ บาทจึงเกินไปให้คืนส่วนที่เกิน อนึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์มีส่วนในสวนยางเฉย ๆ (คือพิพากษาให้โจทก์จำเลยมีส่วนคนละกึ่ง) ยังไม่ตรงกับคำขอของโจทก์+ โจทก์ขอให้แบ่งทรัพย์ร่วมตามฟ้องให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่งเป็นเงิน ๒๕๐๐ บาท คือสำหรับที่ดิน ๒ แปลง ๑๐๐๐ บาท ศาลฎีกาจึงพิพากษาแก้ให้โจทก์จำเลยมีส่วนในทรัพย์คนละครึ่งให้จำเลยแบ่งทรัพย์ให้โจทก์ แต่ไม่เกิน ๑๐๐๐ บาทเท่าที่โจทก์ขอ นอกนั้นยืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 303/2488 นางแอบ ละอองมณี โจทก์ นายห้อง บัวทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางแอบ ละอองมณี · จำเลย - นายห้อง บัวทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญเนติศาสตร์ · อิศรภักดีธรรมวิเทต · เลขวณิชธรรมวิทักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3231/2557ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1079/2497ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1303/2568ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 377/2500ฎีกา 2610/2538ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 4303/2530ฎีกา 3827/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา