⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 411/2488

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 411/2488

ป.อาญา ม.288, 314 · ป.วิ.อาญา ม.192, 219

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยว่าการกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือยักยอก เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริง ซึ่งหากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไปแล้ว โจทก์จะฎีกาโต้แย้งคำวินิจฉัยนั้นไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่า กรณีเป็นเรื่องที่จำเลยได้รับมอบหมายทรัพย์นั้นไว้จากผู้เสียหาย แม้จำเลยจะเบียดบังเอาไปก็เป็นเรื่องยักยอก,ไม่ใช่ลักทรัพย์พิพากษายกฟ้องโจทก์ดังนี้ เรื่องจำเลยได้รับมอบหมายทรัพย์ไว้เมื่อใดหรือไม่เป็นข้อเท็จจริง ฉะนั้นศาลเดิมและศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง โจทก์ฎีกาไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.อาญา ม.219

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.314

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.314 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักธนบัตรของนางแดงขอให้ลงโทษ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้น สืบตัวผู้เสียหายพะยานโจทก์ปากเดียว ได้ความว่า ผู้เสียหายมาที่เรือนจำเลย แล้วเอาเงินฝากนางสาวเอี่ยมจำเลยไว้ จำเลยเก็บเงินไว้ในห้องเรือนจำเลย พอค่ำผู้เสียหายนอนที่หน้าประตูห้องเห็นนางสาวเอี่ยมจำเลยลงเรือนไป แล้วกลับขึ้นมาพูดกับนางเปี่ยมซึ่งเป็นมารดาพึมพัมๆ ผู้เสียหายนึกสงสัยถึงเงินที่ฝากไว้ จึงขอดูเงินจำเลยเปิดหีบให้ดูปรากฎว่าเงินหายไป ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยได้รับมอบหมายให้เก็บรักษาเงินนั้นไว้แม้จะเบียดบังเอาไปก็เป็นเรื่องยักยอกทรัพย์ไม่ใช่ลักทรัพย์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า การยีดถือครอบครองเงินนั้นยังอยู่กับผู้เสียหาย กรณีไม่ใช่ยักยอก ศาลฎีกาเห็นว่า องค์ความผิดประการหนึ่งของความผิดฐานยักยอก คือการับมอบหมายทรัพย์นั้นไว้ก่อน จำเลยได้รับมอบหมายทรัพย์ไว้เมื่อใด หรือไม่? เป็นข้อเท็จจริงที่ศาลจะต้องวินิจฉัยแล้วแต่กรณี ไม่เรื่องนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยชี้ขาดต้องกันมาแล้วว่า จำเลยได้รับมอบหมายเงินนั้นจากผู้เสียหายแล้ว ฎีกาโจทก์เป็นการเถียงข้อเท็จจริง ซึ่งศาลเดิมและศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงนั้น ฎีกาโจทก์ต้องห้ามการ ป.ม.วิ อาญา ม.๒๑๙ ศาลฎีกาไม่รับไว้พิจารณาให้ยกฎีกาโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 411/2488 อัยยการตรัง โจทก์ นางสาวเอี่ยม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการตรัง · จำเลย - นางสาวเอี่ยม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · มนูภันย์วิมลสาร · สุทธิอรรถนฤมนตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นาย ป. สาตะมาน · ศาลอุทธรณ์ - นายเจียร นนทประชา เจียรนัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 226/2529ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 551/2514ฎีกา 1368/2509ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 2108/2536ฎีกา 239/2484ฎีกา 960/2559ฎีกา 831/2532ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1857/2492ฎีกา 1271/2498ฎีกา 5957/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา