คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 618/2488
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ศาลย่อมมีอำนาจวินิจฉัยแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาและแบ่งมรดกได้ตามกฎหมาย
2. ภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายมีสิทธิได้รับมรดกตามส่วนแบ่งที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยภริยาน้อยมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งเพียงกึ่งหนึ่งของภริยาหลวง
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องเรียกทรัพย์ของผู้ตายโดยฟ้องว่าเป็นผู้รับมฤดกและว่าจำเลยไม่ใช่ภริยาชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายและมีสิทธิควรได้ส่วนแบ่งมฤดก ดั่งนี้ศาลตัดสินแบ่งทรัพย์ระหว่างผัวเมียและแบ่งมฤดกได้ตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 142 (2)
ป.ม.แพ่ง ฯ ม.1636 บัญญัติถึงกรณีเจ้ามฤดกมีภรรยาหลายคนให้ได้รับมฤดกตามลำดับชั้นและส่วนแบ่งดังระบุไว้ใน ม.1635 และบัญญัติให้ภริยาน้อยได้ส่วนแบ่งเพียงกึ่งส่วนของภริยาหลวง
คู่ความไม่ได้นำสืบถึงสินเดิมแต่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าทั้งสองฝ่ายมีสินเดิม ฎีกาของจำเลยคัดค้านว่าไม่ชอบแต่มิได้กล่าวว่าการแบ่งเช่นนั้นจำเลยเสียเปรียบอย่างไรหรือควรแบ่งอย่างไร ฎีกาย่อมฟังไม่ขึ้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นภริยาและบุตรของนายจำรัสโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยเป็นเพียงแต่นางบำเรอของนายจำรัสซึ่งตายไปแล้ว และมีมฤดกตามบัญชีท้ายฟ้อง คือเรือนปั้นหยา ๑ หลังซึ่งจำเลยอาศัยอยู่ กับมีทรัพย์หมายเลข ๒ ถึง ๗ ตกอยู่ที่จำเลยขอให้ศาลบังคับให้จำเลยคืน
จำเลยให้การว่าเป็นภริยาของนายจำรัสโดยชอบด้วยกฎหมาย เรือนเป็นของมารดาจำเลย ทรัพย์หมายเลข ๒ ถึง ๗ ผู้ตายไม่เคยนำไปให้รักษา
ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยเป็นภริยาชอบด้วยกฎหมาย เรือนที่โจทก์ฟ้องเป็นของจำเลย และทรัพย์หมายเลข ๒ ถึง ๗ โจทก์นำสืบไม่ได้ จึงพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ข้อเท็จจริงฉะเพาะเรื่องเรือนโดยฟังว่าเป็นสินสมรสระหว่างนายจำรัสกับจำเลย ควรแบ่งปันกันได้ตาม ป.ม.วิ.แพ่ง ม.๑๔๒ (๒) และการแบ่งสินสมรสให้แบ่งตามกฎหมายลักษณะผัวเมียบทที่ ๖๘ ส่วนการแบ่งมฤดกบังคับตาม ป.ม.แพ่ง น ม.๑๖๓๕ (๑) จึงให้แบ่งเรือนเป็น ๓ ส่วน ให้จำเลย ๑ ส่วนเหลืออีก ๒ ส่วนเป็นมฤดกของนายจำรัสแล้วให้แบ่งออกอีกเป็น ๕ ส่วน ให้แก่โจทก์ ๔ คน ๆ ละ ๑ ส่วน จำเลย ๑ ส่วน
จำเลยฎีกาทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาฉะเพาะปัญหาข้อกฎหมาย
ศาลฎีกากล่าวว่าจะวินิจฉัยฉะเพาะปัญหาข้อกฎหมายที่ฎีกามาและฟังตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพะยานหลักฐานในสำนวน ข้อกฎหมายที่จำเลยคัดค้านมามี
๑. คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์คืน ไม่มีประเด็นในทางมฤดกที่ศาลอุทธรณ์ให้แบ่งตาม ป.ม.วิ.แพ่ง ม.๑๔๒ (๒) นั้นมิชอบ
๒. ในสำนวนมิได้นำสืบถึงเรื่องสินเดิม จึงไม่ชอบที่จะแบ่งอย่างชายหาบหญิงคอน
๓. ถ้าจะแบ่งทรัพย์รายนี้ควรแบ่งตาม ม.๑๖๓๖ ไม่ใช่ ม.๑๖๓๕ (๑)
ในปัญหาข้อ ๑ เห็นว่าฟ้องได้บรรยายแล้วว่าทรัพย์เป็นมฤดกซึ่งโจทก์ว่าตกได้แก่โจทก์ฝ่ายเดียวเพราะจำเลยไม่+ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อศาลฟังว่าจำเลยเป็นภริยาชอบด้วยกฎหมาย+ควรได้รับส่วนแบ่งมฤดก ศาลก็ย่อมแบ่งได้ทีเดียว
ในปัญหาข้อ ๒ แม้คู่ความจะไม่ได้นำสืบถึงเรื่องสินเดิม ศาลอุทธรณ์ให้แบ่งอย่างชายหาบหญิงคอย ก็เท่ากับจำเลยมีสินเดิมกับนายจำรัส จำเลยมิได้กล่าวว่าการแบ่งเช่นนั้น จำเลยเสีย+หรือว่าควรจะแบ่งอย่างไร คำคัดค้านฟังไม่ขึ้น
ในปัญหาข้อ ๓ เห็นว่า ม.๑๖๓๖ บัญญัติในกรณีเจ้ามรดก+ภริยาหลายคน ให้ได้รับมรดกตามลำดับขั้นและส่วนแบ่งดั่งระยะไว้ในมาตรา ๑๖๓๕ ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้มาบังคับมานั้นเอง ทั้งมาตรา ๑๖๓๖ ยังบัญญัติให้ภริยาน้อยได้รับส่วนแบ่งเพียงกึ่งส่วนของภริยาหลวง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยได้ส่วนแบ่งเท่ากับนางสำเนียงโจทก์นั้นก็เป็นคดีแก่จำเลยอยู่แล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 618/2488
นางสำเนียง ครุฑสูตรส่วนตัวและผู้แทนโดยชอบธรรม น.ส.ประภา,น.ส.ประ
ทิศ,และ ด.ช.ประพัฒน์ โจทก์
นางพยุง ครุฑสูตร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | น.ส.ประภา,น.ส.ประ - นางสำเนียง ครุฑสูตรส่วนตัวและผู้แทนโดยชอบธรรม · โจทก์ - ทิศ,และ ด.ช.ประพัฒน์ · จำเลย - นางพยุง ครุฑสูตร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นาถปรีชา · นาถปรีชา · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายชัย จ.อภิชัยศิริ · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยทรรศน์ปฏิภาณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา