คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 68/2488
ย่อคำพิพากษา
โจทก์กล่าวในฟ้องเรื่องจำเลยเคยต้องโทษและพ้นโทษและขอให้เพิ่มโทษแล้ว แม้มิได้อ้างบทที่ขอให้เพิ่มโทษ ก็ย่อมเพิ่มโทษจำเลยได้ อ้างฎีกาที่ 840/86
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องกล่าวว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาฐานทำร้ายร่างกายมีกำหนดโทษจำคุก ๒ เดือนหาเข็ดหลาบไม่ ขอให้เพิ่มโทษนายสาราอีกโสดหนึ่งด้วย ซึ่งนายสารารับเป็นจริงตามนั้น
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามฟ้องแต่ไม่เพิ่มโทษนายสาราเพราะโจทก์มิได้อ้างบทกฎหมายที่ให้ เพิ่มโทษ
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้เพิ่มโทษนายสาราจำเลยเพราะแม้โจทก์จะไม่อ้างบทกฎหมายเรื่องเพิ่มโทษมาด้วยแต่โจทก์ได้ขอให้เพิ่มโดยกล่าวมาในฟ้องแล้วตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ม.๑๕๙
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าเรื่องนี้ได้มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๘๔๐/๒๔๘๖ ได้วินิฉัยไว้แล้วว่าฟ้องต้องอ้างมาตราที่อ้างว่าจำเลยทำผิด เรื่องไม่เข็ดหลาบหาใช่ความผิดไม่ เป็นเรื่องให้เพิ่มโทษแก่ผู้กระทำผิดให้หนักขึ้นเท่ากัน และตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ม.๑๕๙ เมื่อโจทก์ประสงค์ให้เพิ่มโทษจำเลยฐานไม่เข็ดหลาบก็ให้กล่าวมาในฟ้องเมื่อโจทก์กล่าวมาในฟ้องด้วยแล้ว จึงเพิ่มโทษจำเลยได้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 68/2488
อัยยการตรัง โจทก์
นายสารา,นายบ้อย,นายอ๊อด,นายสง,นายเฟื่อง,นายแก้ว,นายใช่,นายบาน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการตรัง · จำเลย - นายสารา,นายบ้อย,นายอ๊อด,นายสง,นายเฟื่อง,นายแก้ว,นายใช่,นายบาน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศรภักดีธรรมวิเทต · อิศรภักดีธรรมวิเทต · ประมูล สุวรรณศร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา