คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 680/2488
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำร้ายร่างกายจะถือว่าถึงบาดเจ็บตามกฎหมายได้ ต้องมีอาการป่วยหรืออาการบาดเจ็บที่ต้องรักษาเกินกว่า 7 วัน หรือมีอาการป่วยหรืออาการบาดเจ็บที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตตามปกติ.
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องว่า จำเลยใช้เท้าเตะผู้เสียหายหนึ่งทีถูกขมับซ้ายบวมนูนจนสลบไปชั่วครู่หนึ่ง ปรากฏตามใบชันสูตรซึ่งระบุว่ามีแผลบวมนูนที่ขมับร่วมประมาณ 7 วันหายดังนี้ ยังแปลไม่ได้ว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำร้ายผู้เสียหายถึงบาดเจ็บตาม ม.254
เพียงแต่ปรากฏว่ามีแผลบวมนั้นที่ขมับรักษาประมาณ 7 วันหายยังเรียกไม่ได้ว่าถึงบาดเจ็บการที่ผู้เสียหายลอบไปชั่วครู่หนึ่งนั้น ก็ไม่ถือว่าเป็นการทำร้ายถึงบาดเจ็บตามกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้เท้าเตะนายทองตีหนึ่งที ถูกขมับซ้ายบวมนูนจนสลบไปชั่วครู่หนึ่ง ปรากฎตามใบชันสูตรท้ายฟ้องขอให้ลงโทษตาม ม.๒๕๔
จำเลยรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยเตะผู้เสียหายสลบไปชั่วครู่หนึ่งจริงจำเลยคงผิดตาม ม.๓๓๘ (๓) จะลงโทษตาม ม.๒๕๔ ไม่ได้เพราะโจทก์ไม่ได้ฟ้องว่าจำเลยทำร้ายผู้เสียหายถึงบาดเจ็บและเหตุที่ผู้เสียหายขาดความรู้สึกไปชั่วคราวก็เรียกไม่ได้ว่าบาดเจ็บตามกฎหมาย จึงให้ปรับจำเลย ๓๐ บาท
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องของโจทก์แปลไม่ได้ว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำร้ายผู้เสียหายถึงบาดเจ็บ และตามใบชันสูตรบาดแผลปรากฎเพียงว่า มีแผลบวมนูนที่ขมับรักษาประมาณ ๗ วันหายยังเรียกไม่ได้ว่าถึงบาดเจ็บ การที่ผู้เสียหายสลบไปชั่วครู่หนึ่งนั้น ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นการทำร้ายถึงบาดเจ็บตามกฎหมาย จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 680/2488
อัยยการสมุทรสงคราม โจทก์
นายหวล พิทักษ์เกิด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสมุทรสงคราม · จำเลย - นายหวล พิทักษ์เกิด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศรภักดีธรรมวิเทต · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปรีชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นาย+ พุตสาร · ศาลอุทธรณ์ - หลวง+นิติกรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา