⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 57/2489

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 57/2489

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์ บุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ เมื่อศาลไต่สวนมูลฟ้องแล้วประทับฟ้องฉะเพาะฐานทำให้เสียทรัพย์และบุกรุก ดังนี้ ศาลจะลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ไม่ได้ เพราะเป็นการลงโทษในข้อที่ศาลไม่รับไว้พิจารณา ในเรื่องบุกรุกนั้นการที่ยังมีการโต้แย้งกรรมสิทธิ์กันอยู่นั้น มิใช่เป็นเหตุแสดงว่ากระทำโดยสุจริต เข้าไปรื้อเรือนซึ่งมีการโต้เถียงกรรมสิทธิกันอยู่และเขาเป็นฝ่ายครอบครองเรือนอยู่นั้นถือว่าเป็นการกระทำโดยบังอาจ ย่อมมีผิดฐานบุกรุกตามมาตรา 328 ในเรื่องต้องหาว่าบุกรุกที่ดินนั้น การที่ยังมีการโต้แย้งกรรมสิทธิ์อยู่นั้นมิใช่เป็นเหตุแสดงความสุจริตของจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.43 กฎหมายลักษณะอาญา ม.288 กฎหมายลักษณะอาญา ม.328 กฎหมายลักษณะอาญา ม.329 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.167 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายอาญา ม.43 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.328 ประมวลกฎหมายอาญา ม.329

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรวม ๒๓ คนได้บังอาจมีอาวุธบุกรุกเข้าไปในเคหะสถานที่โจทก์ครอบครองโดยไม่มีอำนาจแล้วรื้อเรือน ยุ้งข้าวและเพิงต์จากเรือนโจทก์ห้ามปรามไม่เชื่อฟังทำให้โจทก์เสียหาย และจำเลยได้เจตนาทุจริตลักทรัพย์เหล่านั้นไป ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๓๒๔,๒๘๘,๒๔๓,๓๒๕ ศาลชั้นต้นฟังว่า คดีมีมูลฉะเพาะตัวนายผาดจำเลยผู้เดียวและฉะเพาะข้อหาฐานทำให้เสียทรัพย์กับบุกรุก จำเลยต่อสู้ว่าเรือนและเพิงเป็นของจำเลย นางหล่ำขายที่ดินส่วนของนางหล่ำให้โจทก์และบอกให้จำเลยรื้อเรือนและยุ้งข้าวรายนี้ไป ศาลชั้นต้นตัดสินว่า จำเลยผิดตาม ม.๓๒๘,๓๒๔,๒๘๘ และ๒๙๓ ให้จำคุก ๑ ปีตามมาตรา ๒๔๓ ซึ่งเป็นบทหนัก ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับโดยเห็นว่า ข้อหาฐานลักทรัพย์ศาลชั้นต้นสั่งไม่มีมูลแล้ว จะกลับมาลงโทษจำเลยไม่ชอบ ส่วนข้อหาฐานบุกรุกนั้นเห็นว่า การรื้อเรือนในที่ดินนางหล่ำและโจทก์โดยนางหล่ำให้รื้อ ซึ่งโจทก์มิได้อยู่ในเรือนหลังนั้นทั้งโจทก์จำเลยและนางหล่ำก็โต้เถียงกรรมสิทธิ์กันอยู่ย่อมแสดงว่าได้กระทำไปโดยสุจริต ไม่มีผิดให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อหาฐานลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีไม่มีมูลแล้ว แต่กลับมาพิพากษาลงโทษฐานนี้ไม่ชอบ เพราะเป็นการลงโทษในข้อที่ศาลไม่รับพิจารณา ส่วนในฐานบุกรุกได้ความว่าเดิมที่ดินซึ่งปลูกเรือนรายนี้มีชื่อนางหล่ำและนางช้อยโจทก์ ต่อมานางหล่ำฟ้องนางช้อยขอแยกโฉนด แต่ได้ยอมความกันในศาล โดยนางหล่ำยอมขายส่วนของตนให้นางช้อยส่วนเรือนและยุ้งข้าวนางหล่ำแถลงต่อศาลว่าจะดำเนินคดีอีกส่วนหนึ่ง ต่อมาอีก ๔ วัน จำเลยได้นำพวกไปรื้อเรือนและยุ้งข้าว และปรากฎว่าจำเลยและนางหล่ำได้ออกจากที่รายนี้ไปนานแล้ว จำเลยก็ทราบอยู่ว่าเรือนจะต้องเป็นความกันต่อไป จำเลยยังขืนไปรื้อทั้งที่โจทก์เป็นฝ่ายครอบครองได้ห้ามปรามแล้วดังนี้ แสดงให้เห็นถึงเจตนาบังอาจของจำเลยข้อที่ยังโต้แย้งกรรมสิทธิ์กันอยู่นั้นหาใช่เหตุแสดงความสุจริตไม่ จำเลยมีผิดฐานบุกรุกตามมาตรา ๓๒๘ ให้จำคุก ๓ เดือน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 57/2489 นายถาวร บ่ถึงช้อย โจทก์ นายผาด สีเสือ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายถาวร บ่ถึงช้อย · จำเลย - นายผาด สีเสือ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาถปรีชา · จำรูญเนติศาสตร์ · ธรรมบัณฑิต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายศิริ จันทศิริ รัสมิทัต · ศาลอุทธรณ์ - นายพิบูลไอศวรรย์ สุจริตกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2479ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 1597/2522ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1079/2497ฎีกา 3026/2517ฎีกา 1162/2508ฎีกา 1795/2493ฎีกา 280/2505ฎีกา 967/2491ฎีกา 551/2514ฎีกา 2963/2535ฎีกา 235/2499ฎีกา 726/2487ฎีกา 848/2545ฎีกา 2813/2566ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา