⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 59/2489

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2489

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2486 ม.13 เพียงแต่บอกระเบียบให้จัดการขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าของที่ดินตามกฎหมาย แต่บุคคลอาจได้ที่ดินมาตามกฎหมายที่ใช้อยู่ก่อนพ.ศ.2486 เมื่อโจทก์มิได้คัดค้านว่า การให้ที่ดินไม่เป็นการได้มาตามกฎหมายที่ดินที่ใช้อยู่ก่อนนั้นแล้วก็ไม่พอฟังว่าที่ดินซึ่งจำเลยตัดต้นไม้ชะนิดหวงห้ามนั้นตกเป็นป่า ตามวิเคราะห์ศัพท์ใน พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา (1) คดีจึงไม่พอลงโทษจำเลยฐานตัดต้นไม้หวงห้ามในที่ป่า

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.4 พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2486 ม.13

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจตัดฟันต้นไม้ฝากและไม้ตระบูนซึ่งเป็นไม้ประเภทหวงห้าม โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ ม.๑๑,๗๓,๗๔ และริบของกลาง จำเลยให้การว่า ได้ตัดต้นไม้ประเภทหวงห้ามโดยมิได้รับอนุญาตจริง แต่สถานที่ตัดไม้ไม่ใช่ป่า เป็นที่ดินของนายพรม มีกรรมสิทธิตามกฎหมาย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโดยเห็นว่า ที่รายนี้เป็นสวนจากและที่เลี้ยงสัตว์มาแต่ครั้งบิดามารดาของนายพรมเจ้าของปลูกจากไม่เต็มเนื้อที่ แต่เจ้าของได้ตัดจากและต้นไม้ใช้ประโยชน์ครอบครองมาประมาณ ๒๐ ปีแล้ว ที่ดินรายนี้จึงไม่กลายสภาพเป็นป่าตามความเห็นของโจทก์ โจทก์ฎีกาว่า นายพรมยังไม่อาจมีสิทธิได้มา ตามพ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ.๒๔๘๖ ม.๑๓ ที่ดินจึงตกเป็นป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๔(๑) เมื่อจำเลยตัดไม้หวงห้ามโดยไม่รับอนุญาตจึงมีความผิด ศาลฎีกาเห็นว่า พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ.๒๔๘๖ มาตรา ๑๓ มีความว่า "ให้ผู้ที่ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่โดยชอบด้วยกฎหมายก่อนวันใช้ พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน(ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๔๗๔ ซึ่งยังไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ จัดการขึ้นทะเบียนนั้นตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง และให้รัฐมนตรีผู้รักษาการตาม พ.ร.บ.นี้กำหนดระยะเวลาให้ผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินจัดการขึ้นทะเบียนเป็นท้องที่ ๆ ไป ฯลฯ" กฎหมายบทนี้เพียงแต่บอกระเบียบให้จัดการขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าของที่ดิน ศาลฎีกาเห็นว่า การได้ที่ดินตามกฎหมาย บุคคลอาจได้มาตามกฎหมายที่ใช้อยู่ก่อน พ.ศ.๒๔๘๖ โจทก์มิได้คัดค้านว่า การได้ที่ดินรายนี้ไม่เป็นการได้มาตามกฎหมายที่ดินที่ใช้อยู่ในเวลาก่อนนั้น คดีจึงไม่พอฟังว่าที่ดินรายนี้ได้+เป็นป่าตามพ.ร.บ.ป่าไม้ที่วิเคราะห์ศัพท์คำว่า "ป่า" หมายความว่า ที่ดินที่ยังมิได้มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดิน จะชี้ขาดว่าจำเลยได้กระทำผิดดังข้อหานั้นไม่ได้ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2489 อัยยการจังหวัดตราด โจทก์ นางโห เทียนธวัช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการจังหวัดตราด · จำเลย - นางโห เทียนธวัช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชัยประชา · จำรูญเนติศาสตร์ · นาถปรีชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายจิตต นิวาศะบุตร์ · ศาลอุทธรณ์ - พระมนูกิจวิมลอรรถ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9788/2553ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 4415/2528ฎีกา 3081/2527ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 4470/2543ฎีกา 4185/2547ฎีกา 824-825/2511ฎีกา 1230/2515ฎีกา 663/2488ฎีกา 602/2490ฎีกา 546/2532ฎีกา 5007/2540ฎีกา 1077/2532ฎีกา 6663/2538ฎีกา 1348/2508ฎีกา 5252/2550ฎีกา 952/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา