⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 705/2489

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 705/2489

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สร้อยคอและแหวนซึ่งเป็นของใช้ส่วนตัวของบุคคลธรรมดา ไม่ถือเป็นวัตถุโบราณหรือของมีค่าอันเป็นกรรมสิทธิ์ของแผ่นดิน 2. ผู้เก็บได้ซึ่งทรัพย์สินที่ไม่มีเจ้าของตกอยู่ในลำธารสาธารณะ ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินที่ไม่มีเจ้าของ และการเก็บทรัพย์สินนั้นไม่เป็นความผิดอาญา

ย่อคำพิพากษา

สร้อยคอและแหวนซึ่งเป็นของใช้ของบุคคลธรรมดานั้น ไม่ใช่วัตถุโบราณหรือของมีค่า อันจะพึงถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของ แผ่นดิน สร้อยคอและแหวน ซึ่งไม่ปรากฏตัวเจ้าของ ตกอยู่ในลำธารห้วยน้ำไหลนั้น ผู้เก็บได้ไม่จำต้องปฏิบัติตาม ป.ม.แพ่ง ฯ ม.1323 (3) และการเอาไว้ไม่เป็นผิดตาม ม.318 แห่ง ก.ม.ลักษณะอาญา ฟ้องว่าของที่เก็บได้เป็นทรัพย์ไม่ปรากฏตัวเจ้าของและเป็นทรัพย์แผ่นดิน โจทก์ต้องนำสืบว่าทรัพย์นั้นเป็นของใคร หายมาอย่างใด และเป็นทรัพย์ที่แผ่นดินต้องการสงวนไว้อย่างใดด้วย ถ้าโจทก์สืบไม่สมฟ้องก็ลงโทษจำเลยไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.318 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1323 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1325 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1328

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยเก็บทองรูปพรรณโบราณอันเป็นทรัพย์สินหาย ซึ่งไม่ปรากฎเจ้าของหรือทรัพย์แผ่นดินได้แล้วเอามาคัดแบ่งกัน และสมคบกันยักยอกเอาทรัพย์รายนี้ไว้ เป็นอาณาประโยชน์ส่วนตัวเสีย ไม่ส่งมอบทรัพย์สินดังกล่าวนี้และแจ้งต่อตำรวจหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๓๑๘ และให้ริบของกลางหรือโฆษณาหาเจ้าของที่แท้จริงด้วย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ยกฟ้องโจทก์ และไม่ริบของกลาง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามที่โจทก์กล่าวอ้างในฟ้องว่าทรัพย์รายนี้เป็นทรัพย์ไม่ปรากฎมีเจ้าของนั้นโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าเป็นทรัพย์สินของใคร หายมาอย่างใดตั้งแต่เมื่อใด จึงเป็นการนำสืบไม่สมฟ้อง และที่โจทก์กล่าวหาว่าเป็นทรัพย์แผ่นดิน ก็ปรากฎว่าทรัพย์รายนี้เป็นสร้อยคอ แหวนและก้านแหวนหัก แสดงว่าเป็นของโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่า เป็นของอันมีลักษณะที่แผ่นดินต้องการสงวนเป็นทรัพยแผ่นดิน เช่นเป็นของโบราณหรือมีค่ามาก ซึ่งผู้เก็บได้มิควรยึดถือไว้เป็นกรรมสิทธิของตนจึงยังไม่พอถอว่าเป็นทรัพย์แผ่นดิน ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามประมวลแพ่ง ฯ ม.๑๗๒๓ และไม่มีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา ๓๑๘ คงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 705/2489 อัยยการสุรินทร์ โจทก์ นายอ่อน เงินนวน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการสุรินทร์ · จำเลย - นายอ่อน เงินนวน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · อิศรภักดีธรรมวิเทต · มนูภันย์วิมลสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - หลวงอาทรคดีราษฎร์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงปริพันธ์พจน์พิสุทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6575/2551ฎีกา 6435/2555ฎีกา 1205/2482ฎีกา 6205/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 2135/2518ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1220/2510ฎีกา 1765/2492ฎีกา 2813/2566ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2292/2540ฎีกา 5806/2534ฎีกา 514/2486ฎีกา 1857/2492ฎีกา 848/2534ฎีกา 278/2484
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา