⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 721/2489

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 721/2489

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอนุญาตให้จับจองที่ดินคร่อมทางหลวงนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ก่อให้เกิดสิทธิในการปิดกั้นทางหลวงนั้นได้ การปิดกั้นทางหลวงจึงเป็นความผิดทางอาญา

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยได้รับอนุญาตให้จับจองที่ดินคร่อมทางหลวงนั้น หาอาจทำให้เกิดสิทธิแก่จำเลยที่จะปิดกั้นทำประโยชน์ทางหลวงนั้นได้ไม่เพราะการจับจองนั้นขัดต่อกฎหมายหากจำเลยปิดกั้นทางหลวงนั้น ก็เป็นผิดทางอาญา นายอำเภออนุญาตให้จำเลยจับจองที่ดินทางหลวง ภายหลังสั่งให้จำเลยรื้อสิ่งกีดขวางทางหลวง ซึ่งจำเลยทำไว้เมื่อได้รับใบเหยียบย่ำแล้ว จำเลยขัดขืนไม่ทำตามสั่งดังนี้ ไม่เป็นผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน เพราะคำสั่งของนายอำเภอไม่ชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.334 กฎหมายลักษณะอาญา ม.336 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่า จำเลยได้รับใบเหยียบย่ำให้จับจองที่ดินแปลงหนึ่ง ซึ่งคร่อมทางสาธารณะอันเป็นทางหลวงสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ครั้นแล้วจำเลยได้บังอาจปิดทางสาธารณะดั่งกล่าวนั้นเสียโดยโค่นต้นไม้ใหญ่ขวางทาง และปลูกต้นไม้ลงในทาง นายอำเภอได้ออกคำสั่งให้จำเลยเปิดทางสาธารณะนั้นภายในกำหนด ๗ วัน จำเลยขัดขืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง โจทก์ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๓๓๖ (๒) , ๓๓๘ (๒) และ ๗๑ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้ลงโทษฐานปิดกั้นทางหลวงกะทงเดียว ส่วนข้อหาฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานให้ยก โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยปิดกั้นทางหลวงนั้น จำเลยจะอ้างสิทธิจากใบเหยียบย่ำไม่ได้ เพราะการจับจองที่ดินตามกฎหมายเรื่องที่ดิน จะมีได้แต่ฉะเพาะที่ดินรกร้างว่างเปล่าและที่ดินซึ่งมีผู้เวนคืนทอดทิ้ง หรือกลับมาเป็นของแผ่นดินโดยประการอื่นเท่านั้น ทางหลวงไม่ใช่ทรัพย์ดังว่านี้ ผู้ใดจะได้รับอนุญาตให้จับจองหาได้ไม่จำเลยย่อมต้องรู้กฎหมายข้อนี้นด้วย เมื่อจำเลยรู้แล้วว่าเป็นทางหลวง แต่บังอาจปลูกสิ่งใด ๆ ล้ำเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยชอบก็ต้องมีผิดฐานกันทางหลวงดังโจทก์ฟ้อง ส่วนฎีกาโจทก์ที่ขอให้ลงโทษฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานนั้น โจทก์อ้างพระราชบัญญัติปกครองท้องที่ พ.ศ.๒๔๕๗ ซึ่งให้อำนาจกรมการอำเภอ ศาลฎีกาเห็นว่าตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นหน้าที่ของกรมการอำเภอจะต้องคอยตรวจตรารักษาอย่าให้ผู้ใดเกียดกันเอาไปเป็นอาณาประโยชน์แต่ฉะเพาะตัว แต่เรื่องนี้ปรากฎอย่าให้ผู้ใดเกียดกันเอาไปเป็นอาณาประโยชน์แต่ฉะเพาะตัว แต่เรื่องนี้ปรากฎว่านายอำเภอเองออกใบเหยียบย่ำให้จำเลยจับจองทางหลวง คำสั่งของนายอำเภอให้จำเลยเปิดทางหลวงจึงไม่เป็นคำสั่งที่นายอำเภอปฏิบัติตามหน้าที่ ไม่เป็นคำสั่งหรือคับบังคับอันชอบด้วยกฎหมาย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 721/2489 พนักงานอัยยการจันทบุรี โจทก์ นายอุ่น บุญพิทักษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยยการจันทบุรี · จำเลย - นายอุ่น บุญพิทักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นาย ช.อัจฉกาญจน์ · ศาลอุทธรณ์ - พระพิบูลไอศวรรย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 919/2503ฎีกา 108/2487ฎีกา 6252/2531ฎีกา 709/2482ฎีกา 5616/2550ฎีกา 1147/2546ฎีกา 753/2481ฎีกา 3774/2532ฎีกา 947-948/2498ฎีกา 662/2470ฎีกา 1093/2507ฎีกา 1168-1169/2479ฎีกา 3650/2527ฎีกา 5869/2549ฎีกา 1567/2535ฎีกา 1409/2494ฎีกา 1974/2497ฎีกา 8177/2543ฎีกา 273/2507ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1311/2540ฎีกา 209/2493ฎีกา 7522/2541ฎีกา 3245/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา