คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 788/2490
ย่อคำพิพากษา
ความผิดอันเกี่ยวกับการที่เอาทรัพย์ที่ถูกยึดหรืออายัดไปอาจเป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือยักยอกทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วแต่กรณี คือถ้าทรัพย์นั้นจำเลยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้พิทักษ์รักษาและจำเลยคิดทุจริตเอาทรัพย์ที่ต้องอายัติไป ก็เป็นผิดฐานยักยอก ตาม ก.ม.อาญา ม. 316 ถ้าทรัพย์นั้นจำเลยมิได้รับมอบหมายให้อยู่ในความครอบครองของจำเลย แม้ทรัพย์นั้นจะเป็นของจำเลยเองก็ดี ถ้าจำเลยบังอาจเอาทรัพย์นั้นไปเสียโดยเจตนาทุจริต จำเลยก็มีความฐานลักทรัพย์ตาม ก.ม.อาญา มาตรา 290.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานได้พบเรือของกลางอยู่ในความครอบครองของจำเลย จึงอายัติเรือของกลางไว้กับจำเลย และนางเพ็ง เพื่อสืบหาเจ้าของต่อมาจำเลยบังอาจลักเรือนั้นไปจึงขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญา ม. ๒๘๘,๒๙๐
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกา เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามฟ้องโจทก์ว่าเรือของกลางอยู่ในความครอบครองของจำเลยในขณะถูกจับอยู่ก่อนแล้ว เจ้าพนักงานได้อายัติเรือนั้นไว้กับจำเลยและนางเพ็งเรือก็ยังคงอยู่ในความครอบครองของจำเลยนั้นเอง ถ้าจำเลยเอาเรือนั้นโดยเจตนาทุจริต ก็ย่อมเป็นผิดฐานยักยอกทรัพย์มิใช่ฐานลักทรัพย์ตามที่โจทก์ฟ้อง จึงพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 788/2490
อัยยการยะโสธร โจทก์
นายแหยม ไชยสังวร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการยะโสธร · จำเลย - นายแหยม ไชยสังวร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปรีชา · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเกียรติ ศัจยพงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลย์กรณ์พิจารณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา