⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2367/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2367/2556

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดเพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ ผู้ก่อเหตุจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย และบิดามารดาของผู้ก่อเหตุไม่มีอำนาจจัดการแทนหรือเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีอาญา

ย่อคำพิพากษา

ป. ผู้ตายเป็นฝ่ายก่อเหตุทำร้ายจำเลยก่อน การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำเพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม อันเป็นการกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะ เมื่อผู้ตายเป็นผู้ก่อให้จำเลยกระทำความผิด ผู้ตายจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยสำหรับความผิดตาม ป.อ. มาตรา 290 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) โจทก์ร่วมทั้งสองซึ่งเป็นบิดาและมารดาของผู้ตายย่อมไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตายได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 5 (2 ) และไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการตาม ป.วิ.อ. มาตรา 30 และยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.5 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.72 ประมวลกฎหมายอาญา ม.290

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 290 ริบท่อนไม้ยูคาลิปตัสของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณานายภิญโญ และนางวรรณี บิดาและมารดาของนายปรีชา ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต และยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าขาดไร้อุปการะเป็นเงิน 2,880,000 บาท ค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายในการจัดการศพผู้ตายเป็นเงิน 400,000 บาท รวมเป็นเงิน 3,280,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันทำละเมิดจนถึงวันที่ 17 มีนาคม 2554 เป็นเงิน 299,917.81 บาท และนับถัดจากวันที่ 17 มีนาคม 2554 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จ จำเลยให้การในคดีส่วนแพ่ง ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรก ประกอบมาตรา 72 จำคุก 2 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 16 เดือน ริบท่อนไม้ยูคาลิปตัสของกลาง ให้จำเลยชดใช้เงิน 120,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2552 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วมทั้งสอง คำขออื่นให้ยก โจทก์ร่วมทั้งสองและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 200,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2552 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วมทั้งสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า นายปรีชา ผู้ตายเป็นฝ่ายก่อเหตุทำร้ายจำเลยก่อน การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำเพราะถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม เป็นการกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะ และพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรก ประกอบมาตรา 72 โจทก์ร่วมทั้งสองไม่อุทธรณ์ในปัญหาที่ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะหรือไม่ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังเป็นยุติว่าผู้ตายเป็นผู้ก่อให้จำเลยกระทำความผิด ดังนี้ ผู้ตายจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยสำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) โจทก์ร่วมทั้งสองซึ่งเป็นบิดาและมารดาของผู้ตายย่อมไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตายได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5 (2) และไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 30 และยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 กับไม่มีสิทธิอุทธรณ์และฎีกาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นและขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้นายภิญโญและนางวรรณีเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ และศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมทั้งสองจึงไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ของนายภิญโญและนางวรรณี และคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนของนายภิญโญและนางวรรณี ยกฎีกาของโจทก์ร่วมทั้งสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2367/2556 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์ นายภิญโญ สุวรรณสุข กับพวก โจทก์ร่วม นายพิเชฐหรือขาว ปิ่นแก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ · โจทก์ร่วม - นายภิญโญ สุวรรณสุข กับพวก · จำเลย - นายพิเชฐหรือขาว ปิ่นแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พศวัจณ์ กนกนาก · อภิรัตน์ ลัดพลี · ธงชัย เสนามนตรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายทวีวัฒน์ ภูมิกาศ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางรัชนี สุขใจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.5164/2555

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1917/2559ฎีกา 846/2512ฎีกา 138/2532ฎีกา 8080/2538ฎีกา 668/2481ฎีกา 3887/2542ฎีกา 313/2526ฎีกา 2958/2540ฎีกา 293/2507ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 3593/2529ฎีกา 551/2514ฎีกา 2252/2560ฎีกา 1228/2510ฎีกา 11720/2555ฎีกา 1005/2532ฎีกา 389/2542ฎีกา 1082/2511ฎีกา 323/2510ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา