⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6635/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6635/2554

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้ตายและจำเลยสมัครใจวิวาทต่อสู้กัน การตายอันเนื่องมาจากการเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้จะไม่มีผล หากจำเลยมีเจตนาร่วมวิวาททำร้ายผู้ตายมาแต่แรก จำเลยทุกคนต้องรับผิดฐานเป็นตัวการร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แม้จะไม่อาจระบุตัวผู้กระทำโดยตรงได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายฝ่ายหนึ่งและจำเลยทั้งสามกับพวกอีกฝ่ายหนึ่งสมัครใจวิวาทต่อสู้กัน ดังนั้น แม้ฝ่ายจำเลยจะมีหลายคน แต่เมื่อสามารถรับรู้และแบ่งฝ่ายแบ่งพวกกันได้ การที่ผู้ตายถูกทำร้ายจนถึงแก่ความตายจึงมิใช่เป็นการตายอันเนื่องมาจากการเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ แต่พฤติการณ์ของจำเลยทั้งสามถือได้ว่า ต่างมีเจตนาร่วมวิวาททำร้ายผู้ตายมาแต่แรก ดังนั้น แม้ผู้ตายจะถึงแก่ความตายเพราะถูกฝ่ายจำเลยแย่งมีดไปฟันในเหตุการณ์ดังกล่าวโดยไม่รู้ว่าจำเลยคนใดเป็นผู้ฟันผู้ตายแต่จำเลยทั้งสามก็ยังต้องมีความผิดฐานเป็นตัวการร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตาม ป.อ. มาตรา 290 วรรคแรก ซึ่งศาล มีอำนาจลงโทษจำเลยทั้งสามในความผิดฐานนี้ได้ เพราะความผิดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 288 ที่โจทก์ขอให้ลงโทษมาด้วย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่ลงโทษจำเลยทั้งสามในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายจึงไม่ถูกต้อง แต่เมื่อโจทก์ไม่ฎีกาในข้อนี้ขึ้นมา ศาลฎีกาจึงไม่อาจปรับบทลงโทษให้ถูกต้องอันเป็นผลร้ายแก่จำเลยทั้งสามได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.290

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 288, 294 ริบมีดของกลาง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 294 วรรคแรก ให้ลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน ริบมีดของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยทั้งสามในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 294 วรรคแรก ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสามกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ โจทก์มีนายสมโภชน์ เป็นพยานเบิกความว่า ขณะเกิดเหตุพยานนั่งดื่มสุราอยู่บนกระบะรถยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้านห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 10 ถึง 15 เมตร เห็นจำเลยทั้งสามซึ่งทำงานอยู่ที่เดียวกับพยานกับพวกรวม 3 ถึง 4 คน ชุลมุนชกต่อยอยู่ที่ร้านอาหาร นิดหน่อยที่เกิดเหตุ และเห็นจำเลยทั้งสามลากชายคนเดียวเข้าไปในพงหญ้าแต่ไม่เห็นอาวุธ หัวหน้างานซึ่งนั่งดื่มสุราอยู่ด้วยได้ห้ามพยานกับพวกเข้าไปดูและสั่งให้เข้าบ้าน กับมีดาบตำรวจอุดร ผู้จับกุมเบิกความว่า ขณะออกตรวจได้รับแจ้งเหตุ จึงใช้รถยนต์ขับติดตามคนร้ายที่หลบหนีไปในทันทีพบคนร้าย 3 คน คือ จำเลยที่ 2 ที่ 3 และนายทวี ไปที่โรงพยาบาลหนองแค เนื่องจากจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารับการรักษา พยานสอบถามนายทวีได้ความว่า กลุ่มของนายทวีมีเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่นที่ร้านอาหาร แล้วกลุ่มวัยรุ่นนำมีดมาฟันกลุ่มนายทวี กลุ่มนายทวีแย่งมีดได้จึงใช้มีดดังกล่าวฟันกลุ่มวัยรุ่นไปเช่นกัน และเมื่อพยานกลับไปที่ร้านเกิดเหตุเห็นผู้ตายนอนตายอยู่ที่ป่าหญ้า ได้สอบถามนางสถิต เจ้าของร้านอาหารแล้วทราบว่า กลุ่มของจำเลยพูดแทะโลมภริยาผู้ตาย ผู้ตายจึงนำมีดมาทำร้ายกลุ่มของจำเลย และกลุ่มของจำเลยแย่งมีดจากผู้ตายได้จึงฟันผู้ตายถึงแก่ความตาย นอกจากนี้ได้ความจากคำให้การของนางสถิต ที่ให้การต่อพนักงานสอบสวนตามบันทึกคำให้การพยานว่า เวลา 21 นาฬิกาเศษ ผู้ตายกับพวกรวม 6 คน เข้าไปในร้านนั่งที่โต๊ะ 1 ต่อมาเวลาประมาณ 23 นาฬิกา มีลูกค้า 4 คน เข้าไปในร้านแล้วนั่งที่โต๊ะ 2 สักพักมีพวกตามมาอีก 4 ถึง 5 คน ต่อมาลูกค้าโต๊ะ 1 เรียกเก็บเงินจากนั้นมีรถยนต์มาจอดที่หน้าร้าน แล้วผู้ตายเดินไปที่รถถือสิ่งของเดินกลับมาตีศีรษะชายที่โต๊ะ 2 แล้วเกิดการชุลมุนกันขึ้น นางสถิตจึงหลบไปหลังร้านไม่เห็นเหตุการณ์อีก นางอีรียา ภริยาผู้ตายก็ให้การตามบันทึกคำให้การพยานว่า ผู้ตายกับนางอีรียาขับรถมาหาเพื่อน 3 ถึง 4 คนที่ร้านเกิดเหตุ และขณะนางอีรียาเล่นเกมอยู่ในรถยนต์ มีชาย 1 คนมาที่ร้าน ชายคนหนึ่งถามนางอีรียาว่าเป็นเด็กใหม่หรือผู้ตายไม่พอใจ และมีชายอีกคนหนึ่งถามผู้ตายว่ามีปัญหาอะไร ผู้ตายจึงถอยรถยนต์ไปจอดห่างจากร้าน และหยิบมีดอีโต้ในรถยนต์เหน็บเอวเดินกลับไปฟันชาย 3 คนนั้น เห็นว่าแม้โจทก์ไม่ได้ตัวนางสถิตและนางอีรียามาเบิกความเป็นพยาน แต่คำให้การของคนทั้งสองในชั้นสอบสวนเมื่อฟังประกอบคำเบิกความของนายสมโภชน์และดาบตำรวจอุดรแล้วข้อเท็จจริงฟังได้ชัดเจนว่า เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้ตายฝ่ายหนึ่งและจำเลยทั้งสามกับพวกอีกฝ่ายหนึ่งสมัครใจวิวาทต่อสู้กัน ดังนั้น แม้ฝ่ายจำเลยจะมีหลายคน แต่เมื่อสามารถรับรู้และแบ่งฝ่ายแบ่งพวกกันได้ การที่ผู้ตายถูกทำร้ายจนถึงแก่ความตายจึงมิใช่เป็นการตายอันเนื่องมาจากการเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยชอบแล้ว แต่พฤติการณ์ของจำเลยทั้งสามถือได้ว่า ต่างมีเจตนาร่วมวิวาท ทำร้ายผู้ตายมาแต่แรก ดังนั้น แม้ผู้ตายจะถึงแก่ความตายเพราะถูกฝ่ายจำเลยแย่งมีดไปฟันในเหตุการณ์ดังกล่าวโดยไม่รู้ว่าจำเลยคนใดเป็นผู้ฟันผู้ตาย แต่จำเลยทั้งสามก็ยังต้องมีความผิดฐานเป็นตัวการร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรก ซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยทั้งสามในความผิดฐานนี้ได้ เพราะความผิดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ที่โจทก์ขอให้ลงโทษมาด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่ลงโทษจำเลยทั้งสามในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายจึงไม่ถูกต้อง แต่เมื่อโจทก์ไม่ฎีกาในข้อนี้ขึ้นมา ศาลฎีกาจึงไม่อาจปรับบทลงโทษให้ถูกต้องอันเป็นผลร้ายแก่จำเลยทั้งสามได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6635/2554 พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์ นายสะอาด กระทู้นันท์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี · จำเลย - นายสะอาด กระทู้นันท์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลียว พลวิเศษ · ตรีวุฒิ สาขากร · ธีระพงศ์ จิระภาค
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายโสภณ เคนวิเศษ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสุรพันธุ์ ละอองมณี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2379/2550

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 226/2529ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 628/2493ฎีกา 620/2490ฎีกา 551/2514ฎีกา 1368/2509ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา