⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10/2491

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10/2491

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าผู้รับโอนซื้อที่ดินโดยสุจริตแล้ว ถือเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวอีก หากการวินิจฉัยประเด็นนั้นไม่ทำให้ผลของคำพิพากษาเปลี่ยนแปลงไป.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เอาที่ของโจทก์ราคา 900 บาทไปขายให้จำเลยที่ 2 ขอให้พิพากษาว่าที่เป็นของโจทก์และสัญญาซื้อขายใช้ไม่ได้ ขอให้เพิกถอน ศาลชั้นต้นฟังว่าที่เป็นมฤดกตกทอดให้แก่โจทก์และจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 2 ได้รับซื้อและรับโอนโดยสุจจริต จึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ฟังว่าที่ดินเป็นของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ก็รับโอนโดยสุจจริต จึงพิพากษายืนดังนี้ ถือว่าเรื่องที่ซื้อขายที่พิพาทโดยสุจจริตหรือไม่ เป็นอันยุตติแล้ว ข้อฎีกาของโจทก์ที่ขอให้วินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จึงไม่จำเป็นที่ศาลฎีกาจะชี้ขาด เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.131 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.147 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับมฤดกที่บ้านราคา ๙๐๐ บาทจากบิดาโจทก์ นางพร้อยจำเลยที่ ๑ สมคบกับจำเลยที่ ๒ โกงโจทก์ โดยนางพร้อยจำเลยที่ ๑ ขายที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ ๒ ๆ ซื้อไว้โดยไม่สุจจริต ขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิ์ และทำลายนิติกรรมซื้อขาย ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินพิพาทเป็นมฤดกตกทอดให้โจทก์และจำเลยที่ ๑ ด้วยและวินิจฉัยว่า การซื้อขายระหว่างจำเลยเป็นการสุจจริต โจทก์จะให้ทำลายนิติกรรมการซื้อขายไม่ได้ พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ที่พิพาทเป็นของนางพร้อยจำเลยที่ ๑ โดยเป็นมฤดกตกทอดจากบิดาจำเลยที่ ๑ ตามที่จำเลยนำสืบและวินิจฉัยว่า แม้จะฟังว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ แต่คดีฟังได้ว่า การซื้อขายระหว่างจำเลยเป็นการสุจจริต จึงพิพากษายืน โจทก์ฎีกา, ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาฉะเพาะประเด็นที่เกี่ยวกับนางพร้อยจำเลยที่ ๑ เท่านั้น ส่วนที่เกี่ยวกับนางปิ่นจำเลยที่ ๒ วินิจฉัยว่า ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ศาลล่างพิพากษาต้องกันว่า นางปิ่นจำเลยที่ ๒ ได้รับซื้อที่ดินพิพาทไว้โดยสุจจริต ย่อมได้กรรมสิทธิ์เด็ดขาดแล้ว ข้อที่โจทก์ฎีกาเกี่ยวกับนางพร้อยจำเลยที่ ๑ ว่าที่ดินเป็นของโจทก์ เป็นเรื่องที่เกี่ยวสิทธิระหว่างจำเลยที่ ๑ กับโจทก์ ซึ่งศาลล่างทั้งสองยังหาได้ชี้ขาดทีเดียวไม่ ฉะเพาะ+นี้จึงยังหาเสร็จสิ้นไปไม่ หากศาลฎีกาจะชี้ขาดว่าโจทก์เป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว ก็จะบังคับคดีให้เป็นไปตามคำขอโจทก์ไม่ได้ หากโจทก์ยังติดใจกับจำเลยที่ ๑ อยู่อีก ก็ชอบที่จะว่ากล่าวกันต่างหากอีกเรื่องหนึ่ง จึงพิพากษา ให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10/2491 นายนิต ลักษณะคชา โจทก์ นางพร้อย อินแก้วที่ 1, นางปิ่น แซ่เสี้ยวที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายนิต ลักษณะคชา · จำเลย - นางพร้อย อินแก้วที่ 1, นางปิ่น แซ่เสี้ยวที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูภันย์วิมลสาร · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปรีชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - หลวงยุตติศาสตร์โกศล · ศาลอุทธรณ์ - พระนิติกฤตย์ประภันย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 231/2482ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 1022/2551ฎีกา 2812/2539ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1030/2509ฎีกา 1052/2509ฎีกา 2186/2550ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 891/2510ฎีกา 8108/2542ฎีกา 967/2491ฎีกา 377/2536ฎีกา 5150/2552ฎีกา 5640/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา